สาระสำคัญ
- กำหนดให้ช่อดอกกัญชา เป็นสมุนไพรควบคุม
- คนที่จะไปซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งแพทย์ มีใบรับรองแพทย์
- กัญชาต้องมาจากแหล่งที่ผ่านมาตรฐานรับรองจากกรมแพทย์แผนไทยฯ
- ห้ามขายเพื่อสูบในสถานประกอบการ ยกเว้นขายโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่อนุญาต
- ห้ามขายผ่านตู้กดอัตโนมัติ
- ห้ามขายผ่านทางออนไลน์หรือคอมพิวเตอร์
- ห้ามโฆษณาทุกช่องทางเพื่อการค้า
- ห้ามขายในวัด หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก
- ผู้ได้รับใบอนุญาตมาก่อน ต้องปฏิบัติตามประกาศใหม่นี้ด้วย
- ประกาศราชกิจจาฯ 25 มิถุนายน 2568 มีผลบังคับใช้นับจากวันที่ประกาศ
ล่าสุด 25 มิถุนายน 2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๘ อย่างเป็นทางการ มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศ (25 มิถุนายน 2568)
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2568
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง
สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ที่กําหนดให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมที่มีค่าต่อการศึกษา หรือวิจัย หรือมีความสําคัญทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายใดมาใช้ควบคุมเป็นการเฉพาะเพื่อมิให้ใช้ไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ จึงควรมีการควบคุมไม่ให้ นํากัญชาเฉพาะส่วนที่เป็นช่อดอกไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ของการการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรดังกล่าว
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง มาตรา 44 และมาตรา 45 (3) (4) (5) และ (6) แห่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขโดยค่าแนะนําของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
ข้อ 3
ให้กัญชา ซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis วงศ์ Caninabaceae เฉพาะส่วนของช่อดอก เป็นสมุนไพรควบคุม
ข้อ 4 ผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จําหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า จะกระทําได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 และผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) ผู้รับใบอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จําหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มา การนําไปใช้ และจํานวนที่เก็บไว้ ณ สถานประกอบการ และให้รายงานข้อมูลนั้น ต่อนายทะเบียนตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด
(2) ผู้รับใบอนุญาตให้ส่งออกสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ต้องแจ้งรายละเอียดการส่งออก ต่อผู้อนุญาตเป็นรายครั้ง ตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด
(3) ผู้รับใบอนุญาตให้จําหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ต้องจําหน่ายสมุนไพร ควบคุมให้กับผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 เท่านั้น
(4) การจําหน่ายและส่งออกสมุนไพรควบคุมของผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องมาจากแหล่งที่ได้รับ การรับรองมาตรฐานการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
(5) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจําหน่าย โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ และผู้ประกอบวิชาชีพ ทันตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทันตกรรม ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยของตน
(6) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุม หรือสินค้าที่แปรรูปจากสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ผ่านเครื่องจําหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์
(7) ห้ามโฆษณาสมุนไพรควบคุมในทุกช่องทางเพื่อการค้า
(8) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุม หรือสินค้าที่แปรรูปจากสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ในสถานที่ดังต่อไปนี้
(ก) วัดหรือสถานที่สําหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา
(ข) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก
(ค) สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก
การจําหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าตามวรรคหนึ่ง (3) ไม่รวมถึงกรณีการจําหน่าย สมุนไพรควบคุมให้กับบุคคลใดๆ ที่มีใบสั่งจ่ายโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพ เวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเภสัชกรรม และผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพทันตกรรม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์
การสั่งจ่ายตามวรรคสอง ให้กําหนดจํานวนหรือปริมาณการใช้ตามความจําเป็นเพื่อการรักษา ตัวเป็นการเฉพาะที่ใช้ได้ไม่เกินสามสิบวัน
ข้อ 5 ให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 46 อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ เฉพาะในส่วนที่เป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศนี้ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 3 ของประกาศฉบับนี้ด้วย
ข้อ 6 แบบการรายงาน แบบการแจ้งรายละเอียดการส่งออกสมุนไพรควบคุมรายครั้ง และแบบใบสั่งจ่ายให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด
ประกาศ ณ วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
อนาคตมันก็คือยาเสพติด - รมว.สธ.กล่าว


24 มิถุนายน 2568 รมว.สธ.สมศักดิ์ เทพสุทิน แถลงหลังประชุมครม.เกี่ยวกับประเด็นการประกาศสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ฉบับล่าสุด ระบุว่ากัญชาจะควบคุมเข้มข้นเพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น และปลายทางอนาคตกัญชาจะกลับไปเป็นยาเสพติด
ต่อคำถามว่า เรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ รมว.สธ. ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง และมีการร้องเรียนมากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัฐบาลท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็ความพยายามในเรื่องจะทำให้เป็นยาเสพติดอยู่แล้ว ให้เป็นสมุนไพรควบคุมเข้มข้นที่ใช้กับทางการแพทย์ แต่ในอนาคตมันก็คือยาเสพติด - อ่านแถลงรมว.สธ. Back to top
แถลงการณ์เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย


25 มิถุนายน 2568 เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ออกแถลงการณ์ เนื้อหาดังนี้
จากกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขีดเส้น 45 วัน นำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติดหลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล การดำเนินการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เดินอยู่บนเส้นทางของข้อเท็จจริงหรือฉวยจังหวะแก้แค้นพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขใช้การเอาชนะทางการเมืองมากำหนดสถานะของพืชสมุนไพรกัญชา จะทำให้ทุกอย่างเบี่ยงเบนจากเส้นทางที่ถูกต้อง
สมศักดิ์ เทพสุทิน มีความพยายามอย่างหนักก่อนหน้านี้ในการนำกัญชากลับสู่ยาเสพติด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น สมศักดิ์ เทพสุทินก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยเรื่องกัญชา ที่พยายามพูดกับประชาชนว่ากัญชาอันตรายร้ายแรง แต่ตัวเองกลับเมินเฉยไม่มีมาตราการใดออกมาเลยแม้สักนิดเดียว แต่พอพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน กลับมาพูดประโยคเดิมอีกครั้งคือกัญชาอันตราย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมากมาย เพื่อเป้าหมายเดียวคือนำกัญชากลับสู่ยาเสพติดอีกครั้ง
ทันทีที่พรรคภูมิใจไทยลาออกจากรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน ดำเนินกิจกรรมสองประการคือการออกประกาศกระทรวงฉบับใหม่และปล่อยขบวนตรวจจับกัญชา เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่ดำเนินการใด ทั้งนี้โดยข้อเท็จจริงแล้วตอนนี้การใช้กัญชามีน้อยมากจนร้านจำนวนมากทยอยปิด แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกลับเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง กระพือข้อมูลเพื่อสนองเป้าหมายสุดท้ายคือ นำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติด ฉะนั้นในขณะนี้พืชกัญชากำลังถูกกลเกมส์ทางการเมืองควบคุมและเมื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้การเมืองมากำหนดนโยบายมาตรการต่างๆจะผิดพลาดและเอื้อประโยชน์แก่บางกลุ่ม
พิจารณาได้จากประกาศกระทรวงล่าสุดที่รัฐมนตรีเพิ่งลงนามไปนั้นมีมาตรการคุ้มครองที่อ่อนด้อยกว่าเดิมแต่กลับเพิ่มเงื่อนไขการผูกขาดโดยผู้เชี่ยวชาญเข้าไปแทนที่การคุ้มครองแบบเดิม กล่าวคือ ประกาศเดิมห้ามจำหน่ายแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า20ปีและห้ามจำหน่ายแก่นักเรียน ถูกตัดทิ้งไป มาตรการใหม่ที่มาแทนระบุว่า ผู้ที่ซื้อได้จะต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ มาตรการใหม่นี้มีจุดอ่อนตรงที่หากนักเรียนหาใบอนุญาตมาได้ก็สามารถซื้อกัญชาได้ แน่นอนที่สุดว่าใบรับรองจากแพทย์นั้นซื้อหากันได้ เมื่อเราพิจารณาจะพบว่าสิ่งที่สมศักดิ์ ประกาศว่าประชาชนเดือดร้อนจะต้องแก้ปัญหาแต่กลับออกมาตรการที่หละหลวมกว่าเดิม และเป็นการมอบอำนาจการใช้สมุนไพรต้นหนึ่งของประชาชนไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญที่รังเกียจกัญชา พฤติกรรมของรัฐมนตรีทั้งหมดจึงเป็นความพยายามปั้นแต่งสถานการณ์ทั้งมวลเพื่อให้เข้าทางของตนเอง
เหตุที่สมศักดิ์ เทพสุทินตัดมาตรการห้ามขายแก่นักเรียนและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า20ปีออกไป เป็นการแสดงให้เห็นว่าสมศักดิ์ เทพสุทินไม่ได้ห่วงเยาวชนแต่อย่างใด และการมอบอำนาจการวินิจฉัยว่าผู้ใดจะใช้กัญชาได้บ้างให้อยู่ในมือผู้เชี่ยวชาญเป็นการนำหลักการการผูกขาดด้วยผู้เชี่ยวชาญเข้ามาใช้ เพราะเป็นหลักการที่คิดว่าประชาชนยอมรับ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของ สมศักดิ์ เทพสุทินคือ แสดงให้สังคมเห็นว่าตนเองหนุนกัญชาทางการแพทย์ เมื่อได้รับเสียงสนับสนุนก็จะดำเนินมาตรการที่ต้องการคือ การนำกัญชากลับสู่ยาเสพติด
สมศักดิ์ เทพสุทิน ชอบกฎหมายยาเสพติดก็เพราะเมื่อนำกัญชาไปขังไว้แล้ว ก็สามารถออกมาตรการเฉพาะให้กับบุคคลเฉพาะสามารถปลูก แปรรูป จำหน่าย ส่งออกกัญชาได้และนี่คือจุดเริ่มต้นของการผูกขาดกัญชาที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านต่อปี เป้าหมายของสมศักดิ์ เทพสุทิน คือจุดนี้ มิใช่ห่วงใยเยาวชนอย่างที่กล่าวอ้าง การอยากผูกขาดมูลค่ามหาศาลของกัญชาประกอบกับการแก้แค้นทางการเมือง วันนี้สมศักดิ์ เทพสุทิน จึงเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงทุกประการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแห่งตน
เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยมิอาจปล่อยให้นักการเมืองคนหนึ่งใช้กลเกมส์มาเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงของกัญชาเพื่อนำไปสู่การควบคุมเพื่อการผูกขาดภายใต้กฎหมายยาเสพติด จึงขอให้สมศักดิ์ เทพสุทิน ยุติพฤติกรรมนี้เสีย โดยเครือข่ายเขียนอนาคกัญชาไทยขอประกาศภารกิจสำคัญ 2 ประการ
1.ขอแก้ไขประกาศกระทรวงฉบับลงนาม 23 มิถุนายน 2568 โดยขอให้นำหลักการเดิมกลับมาใช้คือ ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงกัญชาได้ภายใต้มาตรการควบคุม ทั้งนี้เพราะ รัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้นำหลักการใหม่มาใช้ในร่างประกาศกระทรวงฉบับใหม่แทนที่คือ ผู้เข้าถึงกัญชาได้จะต้องมีใบผ่านทางโดยการอนุญาตของคนกลุ่มเดียว การมีใบผ่านทางโดยการอนุญาตของผู้ที่ถูกสถาปนาว่าเชี่ยวชาญจะเกิดการทุจริตและการออกใบอนุญาตไม่สะท้อนความเป็นจริงทางการแพทย์แต่อย่างใด และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้
2.ขอให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หยุดเพ้อฝันว่าจะนำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติด สิ่งที่สมศักดิ์ เทพสุทิน ควรจะต้องรีบดำเนินการคือ นำร่าง พ.ร.บ.กัญชา ที่หมอชลน่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธรณสุขคนก่อนจากพรรคเดียวกัน ซึ่งผ่านการรับฟังความเห็นเรียบร้อยแล้วเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งนี้สมศักดิ์ เทพสุทิน ควรดำเนินการมาตั้งนานแล้ว แต่กลับสร้างวาทกรรมวนเวียนจนรัฐบาลจะสิ้นอายุอีกไม่กี่วัน พ.ร.บ.กัญชาก็ยังไม่เดินหน้า ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน มีเป้าหมายต่อกัญชาเพื่อการใด
เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยขอประกาศเชิญชวนทุกท่าน พร้อมกันที่กระทรวงสาธารณสุขในวันที่7 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. เพื่อดำเนินภารกิจทั้ง2ประการและเราตกลงร่วมกันว่าจะมีปฏิบัติการต่อเนื่องจนกว่ารัฐบาลจะเริ่มต้นผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชาและได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา
ประกาศ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยBack to top
สธ.ลุยตรวจร้านกัญชาทั่วกรุงเทพ ก่อนประกาศฉบับใหม่


22 มิถุนายน 2568 สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานปล่อยขบวนเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานกว่า 100 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับกัญชาและสารเสพติดผิดกฎหมาย โดยมีหน่วยงานร่วมบูรณาการ เช่น ป.ป.ส., บก.ปส., อย., กรมการแพทย์แผนไทยฯ ฯลฯ เพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย
นายสมศักดิ์เน้นว่า ปัญหาที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดการจัดระเบียบ โดยเฉพาะในกรณีของกัญชา กระท่อม ยาอัลปราโซแลม และยาโรฮิปนอล ซึ่งจำเป็นต้องกำกับดูแลให้เข้มงวดมากขึ้น พร้อมประกาศว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้มีการลักลอบใช้สารเสพติด หรือการนำเข้าส่งออกที่ไม่ผ่านกระบวนการขออนุญาตโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
รัฐมนตรีฯ ย้ำว่าแนวทางที่ดำเนินอยู่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง แต่เป็นภารกิจจัดระเบียบเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าใจชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ โดยจะตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ พร้อมรวบรวมข้อมูลไว้สำหรับพิจารณาปรับแก้กฎหมายในอนาคต ส่วนกัญชาและกระท่อมจะมีการตัดสินใจชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยคำนึงถึงทั้งผลกระทบในประเทศและการรับรองจากเวทีสากล ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะ อย. และกรมการแพทย์แผนไทยฯ จะทำหน้าที่หลักในการคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อให้สามารถทำมาหากินได้โดยไม่ต้องกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบาย - พรรคเพื่อไทย
Back to top
เปรียบเทียบกฎหมายกัญชา ร่างเก่า-ร่างใหม่


นายแพทย์สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ เผยแพร่ภาพเปรียบเทียบกฎหมายกัญชาร่างเก่า-ร่างใหม่ และชี้ให้เห็นประเด็นที่แตกต่างในการรับฟังความคิดเห็นในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายน 2568 ใน 3 ประเด็น
1. ผู้ได้รับอนุญาตให้ขายกัญชาต้องขายกัญชากับผู้ได้รับอนุญาตคนอื่นเท่านั้น คือ “ห้ามขายกัญชาให้คนทั่วไปแล้ว” แต่มีข้อยกเว้น คือ สามารถขายกับคนที่มีใบสั่งจ่ายจากแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน หมอพื้นบ้านตามกฎหมาย เภสัช ทันตแพทย์ คือ “ใครจะซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งจ่ายจากกลุ่มแพทย์เท่านั้น”
2. มีแบบฟอร์มของใบสั่งจ่ายตามข้อ 1 และจะมีการกำหนดปริมาณที่จะขายได้ โดยให้ใช้ไม่เกินสามสิบวัน
3. ผู้ที่จะขายกัญชาหรือส่งออกกัญชา จะต้องใช้กัญชาจากแหล่งที่มีการรับรองมาตรฐานโดยกรมการแพทย์แผนไทย
นายแพทย์สมิทธิ์ ระบุว่า "สรุปกฎหมายใหม่นี้ก็ดีกว่าเดิมละครับ แต่ผมก็ยังยืนยันว่ากฎหมายตัวต้นของอันนี้มันควบคุมการเสพกัญชาเพื่อนันทนาการได้ยาก เพราะเวลาจะลงโทษก็ต้องผ่านเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมันทำให้ขั้นตอนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เห็นว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมามีการขายกัญชาแบบไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการขายให้เด็กและวัยรุ่นเพื่อนันทนาการ หรือส่งออกต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แล้วสุดท้ายประกาศนี้ก็อาจไม่สามารถห้ามเรื่องดังกล่าวได้ ถึงแม้จะควบคุมมากขึ้นแล้ว ดังนั้นหากจะแก้ปัญหากัญชาที่แพร่หลายกับเด็กและเยาวชน ก็ต้องเอากลับไปเข้าบัญชียาเสพติดก่อน ซึ่งจริงๆ ทางท่านสมศักดิ์ได้เคยลงนามประกาศที่เอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติดแล้วตั้งแต่กลางปี 2567 และถึงขั้นส่งต่อคณะกรรมการ ปปส. จนเหมือนจะกำหนดแล้วว่ากัญชาจะกลับเป็นยาเสพติดตอนต้นปี 2568" Back to top


Back to top
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)