ข่าวสุขภาพ
ค้นหา รพ.-คลินิก-ร้านยาทั่วไทย ร้านยาคุณภาพ บริการสุขภาพ คลินิกเอกชน งาน รพ.
บริการวัคซีนโควิด บริการตรวจโควิด
ตำแหน่งงาน
ข่าวสุขภาพทั่วไป ข่าวธุรกิจสุขภาพไทย ข่าว/กิจกรรม/สาระ รพ.ต่างๆ ข้อมูลบริการ รพ.ต่างๆ สิทธิสุขภาพชาวไทย สาระความรู้สุขภาพ ท่องเที่ยวสุขภาพ กิจกรรม ESG CSR กิจกรรม Event Health Economy ข่าวธุรกิจสุขภาพรอบโลก บริจาค
น่าสนใจไทยแลนด์
English
About us เผยแพร่เนื้อหา สถิติเว็บไซต์ สำรวจความเห็นสุขภาพ โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

ตำรวจ-ขนส่ง ออกระเบียบ ยึดใบขับขี่-ระงับใช้รถชั่วคราว หากคนขับ ป่วย-ง่วง-เมา กาย-ใจ-พฤติกรรม ไม่พร้อม/เสี่ยง

ตำรวจ-ขนส่ง ออกระเบียบ ยึดใบขับขี่-ระงับใช้รถชั่วคราว หากคนขับ ป่วย-ง่วง-เมา กาย-ใจ-พฤติกรรม ไม่พร้อม/เสี่ยง Thumb HealthServ.net
ตำรวจ-ขนส่ง ออกระเบียบ ยึดใบขับขี่-ระงับใช้รถชั่วคราว หากคนขับ ป่วย-ง่วง-เมา กาย-ใจ-พฤติกรรม ไม่พร้อม/เสี่ยง ThumbMobile HealthServ.net

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ "ระเบียบ ว่าด้วยการยึดใบอนุญาตขับขี่ การบันทึกการยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และระงับการใช้รถเป็นการชั่วคราว พ.ศ. 2565" โดยอำนาจของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอธิบดีกรมการขนส่งทางบก 2 องค์กรหลักในการควบคุมดูแลการใช้รถใช้ถนนและผู้ขับขี่

 
 
 
สาระสำคัญ คือ ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจร "ยึดใบอนุญาตขับขี่  บันทึการยึดเข้าระบบ และระงับใช้รถชั่วคราวได้"  เพื่อสร้างความปลอดภัยต่อสาธารณะ และสวัสดิภาพของประชาชน 
 
 
 

อำนาจยึดใบขับขี่ 

 
 
เจ้าพนักงานจราจร สามารถยึดใบขับขี่ได้ หากเห็นว่า ผู้ขับขี่รถขณะนั้น 
 
1. สภาพร่างกายไม่พร้อม  หรือ อยู่ในสภาพที่หากให้ขับรถต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเอง หรือผู้อื่น
 
(1) มีสภาพร่างกาย มีอาการป่วยด้วยโรคหรือสภาวะของโรคที่ส่งผลต่อความสามารถในการขับรถในขณะนั้น ได้แก่ 
 
  • มีอาการง่วงนอน 
  • อ่อนเพลีย 
  • เหนื่อยล้า 
  • ลมชัก 
  • ความดันโลหิตสูง 
  • ความดันโลหิตต่ำ แต่ไม่ถึงกับเป็นความผิดตามมาตรา 43 (1) 
  • มีอาการอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา หรือของเมาอย่างอื่น แต่ไม่ถึงกับเป็นความผิดตามมาตรา 43 (2) 
 
(2) มีสภาพจิตใจ หรือภาวะทางอารมณ์แปรปรวน ที่ส่งผลต่อความสามารถในการขับรถในขณะนั้น เช่น ก้าวร้าว อารมณ์ร้าย แสดงอารมณ์ใส่ผู้อื่นอย่างรุนแรง
 
(3) มีพฤติกรรม ที่ส่งผลต่อความสามารถหรือทักษะในการขับรถในขณะนั้น
 
 
เจ้าหน้าที่พนักงานจราจร สามารถที่จะดำเนินการ ดังนี้
 
- ว่ากล่าวตักเตือนหรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ตามมาตรา 140 แล้ว
 
- หากเจ้าพนักงานจราจรเห็นว่า ผู้นั้นอยู่ในสภาพที่หากให้ขับรถต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานจราจรเรียกดูใบอนุญาตขับขี่ 
 
    หากผู้ขับขี่มีใบอนุญาต ขับขี่อยู่กับตัว ให้เจ้าพนักงานจราจรที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่
 
   หรือบันทึกการยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลนั้น เพื่อมิให้ผู้นั้นขับรถต่อไปอีก
 
   การยึดใบอนุญาตขับขี่ บันทึกการยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบที่ สตช. กำหนด 


 
 
คืนใบอนุญาตขับขี่ เมื่อคืนสภาพ
 
หากผู้ขับขี่พ้นสภาพเสี่ยงต่างๆ จนเป็นเหตุให้ถูกยึดใบอนุญาต / ระงับใช้รถชั่วคราวแล้ว  ต้องคืนและยกเลิกบันทึก
 
"ข้อ 5 เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่สามารถขับรถต่อไปได้หรือเมื่อเจ้าพนักงานจราจร
แน่ใจว่าผู้ขับขี่จะไม่ขับรถในขณะที่อยู่ในสภาพที่หากให้ขับรถต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย
หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น ให้เจ้าพนักงานจราจรคืนใบอนุญาตขับขี่ หรือยกเลิกการบันทึก
การยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์"
 
การคืนใบอนุญาตขับขี่ การยกเลิกการบันทึกการยึดใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบที่ สตช. กำหนด 
 
 
 

อำนาจระงับการใช้รถ 

 
ประกาศฉบับนี้ ให้อำนาจเจ้าหน้าที่พนักงานจราจร สามารถสั่งห้ามใช้รถชั่วคราวได้ 
 
"ข้อ 6 ในกรณีที่เจ้าพนักงานจราจรได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ตามมาตรา 140 แล้ว หากเจ้าพนักงานจราจรเห็นว่า ผู้นั้นอยู่ในสภาพที่หากให้ขับรถต่อไปอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น หากเจ้าพนักงานจราจรไม่อาจยึดใบอนุญาตขับขี่หรือบันทึกการยึด ใบอนุญาตขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลนั้นได้ 
 
ให้เจ้าพนักงานจราจรที่มียศตั้งแต่ ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปมีอำนาจ "ระงับการใช้รถเป็นการชั่วคราว" เพื่อมิให้ผู้นั้นขับรถ
 
และ ให้ยกเลิก หากเห็นว่า 
 
  • ผู้ขับขี่อยู่ในสภาพที่สามารถ ขับรถต่อไปได้ 
  • เมื่อเจ้าพนักงานจราจรแน่ใจว่าผู้ขับขี่จะไม่ขับรถในขณะที่อยู่ในสภาพดังกล่าว
 
 
 
เมื่อยึดใบขับขี่
 
เจ้าพนักงานจราจรดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(1) จัดให้มีการส่งตัวผู้ขับขี่ไปยังสถานพยาบาล หรือสถานที่ปลอดภัยและเหมาะสมตามควรแห่งกรณี
(2) แจ้งญาติหรือผู้ใกล้ชิดเพื่อการดูแลผู้ขับขี่
(3) ดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แก่ผู้ขับขี่
 
 
 
เมื่อถูกสั่งระงับใช้รถ  
 
เจ้าพนักงานจราจรดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
 
(1) แจ้งญาติหรือผู้ซึ่งผู้ขับขี่ไว้วางใจ
(2) เคลื่อนย้ายรถเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร
(3) ดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แก่ผู้ขับขี่และรถดังกล่าว
 
 
 
หากผู้ขับขี่ เป็นเด็ก เยาวชน
 
หากพบว่าผู้ขับรถเป็นเด็กหรือเยาวชน ให้เจ้าพนักงานจราจร รีบแจ้ง แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์การที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วยในโอกาสแรก เท่าที่สามารถจะทำได้ และให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
 
 
 
ประกาศ ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565  ลงนามโดย 
พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข บัญชาการต ารวจแห่งชาติ
จิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
 
 
มีผลบังคับใช้ หลัง 180 วัน 
 
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (12 กรกฏาคม 2565) เป็นต้นไป

 
ข่าว/บทความล่าสุด
เนื้อหาอ่านล่าสุด