Home : ความรู้สุขภาพ

การตรวจการได้ยิน

Date: 11/06/2563 View: 1,835

การตรวจการได้ยิน ( Hearing Test )

คุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ??
 

-           ไม่ค่อยเข้าใจคำพูดเวลาคนพูดคุยกัน

-           ต้องเปิด TV หรือ วิทยุหรือเพลงเสียงดัง

-           ต้องถามซ้ำ เช่น ฮะ อะไรนะ ? / พูดอีกครั้งได้ไหม ?

-           ฟังโทรศัพท์ไม่ค่อยได้ยิน

-           ได้ยินเสียงดังวี๊ดๆในหู

-           ต้องพูดเสียงดังขึ้น

-           ฟังลำบากเมื่ออยู่ในที่จอแจ

-           ฟังเสียงสูงๆไม่ค่อยชัด เช่น เสียงเด็ด เสียงผู้หญิง
 

หากคุณมีปัญหาดังกล่าว เป็นไปได้ว่าอาจมีปัญหาด้านการได้ยิน

การตรวจการได้ยินคืออะไร ?

การตรวจระดับการได้ยิน เป็นการตรวจการทำงานของหู และระบบโสตประสาทเพื่อหาระดับการได้ยิน โดยปกติจะทำการทดสอบหาระดับการได้ยินผ่านสองทาง คือ การนำเสียงผ่านอากาศ และการนำเสียงผ่านกระดูก โดยตรวจในห้องเก็บเสียงโดยเฉพาะ

•          การนำเสียงผ่านอากาศจะทดสอบโดยการครอบหูฟัง 

•          การนำเสียงผ่านกระดูกจะทดสอบโดยการวางตัวปล่อยเสียงที่กระดูกกกหู 

อาการที่ควรได้รับการตรวจการได้ยิน

-           หูอื้อ

-           มีเสียงดังในหู

-           เวียนศีรษะ/ เวียนศีรษะบ้านหมุน

-           การได้ยินลดลง

-           ปวดหู

-           มีน้ำไหลจากหู

-           ฟังเสียงพูดไม่ค่อยชัด

-           ทำงานสัมผัสเสียงดัง
 

เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจ

-           Audiometer  : ตรวจหาพยาธิสภาของระบบการได้ยิน

-           Tympanometer : ตรวจการทำงานของหูชั้นกลาง

-           Otoacoustic emissions (OAEs) : ตรวจวัดเสียงสะท้อนกลับจากเซลล์ขนในหูชั้นใน มักตรวจ screen ในทารกแรกเกิด

ประเภทของการสูญเสียการได้ยิน

-           การนำเสียงบกพร่อง : พยาธิสภาพที่ผิดปกตออยู่ในหูชั้นกลาง

-           เส้นประสาทการรับฟังเสียงบกพร่อง : พยาธิสภาพที่ผิดปกตออยู่ในหูชั้นใน

-           การรับฟังเสียงบกพร่องแบบผสม : พยาธิสภาพที่ผิดปกตออยู่ในหูชั้นกลางร่วมกับหูชั้นใน
 

ทดสอบกันไหมการได้ยินคุณอยู่ระดับไหน

ระดับการได้ยิน   ระดับความสามารถในการได้ยิน

ปกติ      0 - 25 dB          ไม่มีความลำบากในการรับฟังเสียงพูด

หูตึงเล็กน้อย      26 - 40 dB        ไม่ได้ยินเสียงพูดเบาๆ

หูตึงปานกลาง    41 - 55 dB        เข้าใจคำพูดระดับความดังปกติในระยะ 3 -5 ฟุต

หูตึงมาก            56 - 70 dB        ต้องพูดเสียงดังจึงจะเข้าใจ และมีความลำบากในการรับฟังขณะอยู่ในที่จอแจ

หูตึงรุนแรง         71 - 90 dB        อาจได้ยินเสียงตะโกนในระยะ1ฟุต แต่ไม่เข้าใจ

หูหนวก  91+ ขึ้นไป         ไม่ได้ยินแม้ได้ยินเสียงดังมากๆ

 

40-60 dB คือระดับเสียงคำพูดปกติ

 

การรักษาและการป้องกัน

-           ยา

-           ผ่าตัด

-           ใส่เครื่องช่วยฟัง

-           ใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงดังหากทำงานสัมผัสเสียงดัง เช่น Ear Plug/ Ear muff

-           หลีกเลี่ยงการสัมผัสเสียงดังเป็นเวลานานๆ

** เมื่อใดที่ประสบปัญหาการได้ยิน เมื่อนั้นต้องประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน 

อย่าให้หูของเราต้องเสื่อมก่อนวัยอันควร ควรตรวจการได้ยินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง **

 

         ด้วยความปรารถนาดี ศูนย์ ตา หู คอ จมูก รพ.วิภาวดี

 

 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ [email protected]