Home : ความรู้สุขภาพ

อาหารผู้ป่วยโรคไต เลือกทานอะไรดี

อาหารผู้ป่วยโรคไต เลือกทานอะไรดี
Date: 11/06/2563 View: 520

 สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยระบุว่า ผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศที่ยังมีชีวิตอยู่และอยู่ระหว่างการรักษาประมาณ 140,000 คน และคาดว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากโรคไตที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยโรคอื่นเป็นตัวนำพา เช่นภาวะไตเสื่อมเนื่องจากโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 2 โรคนี้จะทำให้หลอดเลือดที่มาเลี้ยงไตตีบแข็ง  ส่งผลทำให้ไตเสื่อมลงอย่างถาวร พฤติกรรมที่ติด รสเค็มทานอาหารแปรรูปที่มีโซเดียมสูง ขนมกรุบกรอบที่มีเกลือมาก

                ดังนั้นการเลือกทานอาหารให้ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกายจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการชะลอไม่ให้เนื้อไตถูกทำลายมากขึ้น

                1.โปรตีน ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตในระยะ 1-2 กินโปรตีนได้ปกติ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ควรเน้นปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อกไก่(ควรเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีการปรุงรสและถ้าเป็นโรคไตระยะที่ 3-4-5 (ไตวายเรื้อรังต้องจำกัดโปรตีน 0.6 - 08. กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมหรือถ้าจำกัดมากกว่านั้น คือ 0.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เน้นทานโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ดาว ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

                2.โซเดียม ไม่ควรกินเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา หรือเทียบเท่า น้ำปลา 5 ช้อนชาเลี่ยงการใช้เครื่องปรุงรส ที่มีโซเดียมสูง เช่น ผงชูรส ผงปรุงรส ซุปก้อน ผงฟู่ เลี่ยงการทานอาหารแปรรูปที่มีโซเดียมสูงในการเก็บถนอมอาหาร เช่น ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาเค็ม หมูหยอง ผักดอง หัวไชโป๊

               ตารางแสดงโซเดียมในเครื่องปรุงรสและอาหารสำเร็จรูป

   ซอสมะเขือเทศ      ช้อนโต๊ะ /    มีโซเดียม 180 มิลลิกรัม

   ซอยหอยนางรม     1 ช้อนโต๊ะ /    มีโซเดียม 480 มิลลิกรัม

   บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  ห่อ 60 กรัม / มีโซเดียม1500 มิลลิกรัม

   ซุปก้อน              1 ก้อน 5 กรัม  /มีโซเดียม 1730 มิลลิกรัม

   ผงชูรส                1 ช้อนโต๊ะ /    มีโซเดียม1950 มิลลิกรัม

  ผงปรุงรส              2 ช้อนชา  /     มีโซเดียม 1900 มิลลิกรัม

            3.โพแทสเซียม ในผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 4-5 ไม่ควรได้รับเกิน 1500 มิลลิกรัม ต่อวัน (หรือผู้ป่วยมีค่าโพแทสเซียมในเลือดสูงผักที่มีโพแทสเซียมสูง 100 กรัม ได้แก่ หัวปลี ผักชี ชะอม คะน้า แครอท มะเขือเทศ ฟักทอง บร็อคโคลี่

            ปานกลาง  ได้แก่ ฟักเขียว  ผักกาดขาว  มะละกอ  ผักบุ้งจีน  ขิง  หัวไชเท้า  น้ำเต้า มะเขือยาว

            ต่ำ ได้แก่  บวบ  หอมใหญ่  แตงกวา  ฟักอ่อน  ถั่วพู  พริกหยวก  ถั่วลันเตา

            4.ฟอสฟอรัส ไม่ควรกินเกิน 800 มิลลิกรัมต่อวันจะจำกัดในผู้ป่วยระยะที่ 3- 4 – 5 ควรเลี่ยงการทาน นม ผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด ช็อคโกแลต  ไข่แดง  ถั่วเมล็ดแห้งทุกชนิด  เต้าหู้ถั่วเหลือง

            5.น้ำ จะมีการจำกัดในผู้ป่วยที่บวบน้ำ หรือแพทย์เป็นผู้กำหนด ประมาณ 1000-1200 มิลลิตร ต่อวัน  ในรายที่ไตวายมาก  อาจลดเหลือแค่ 500 มิลลิตรต่อวัน หรือปัสสาวะไม่ออก

            6.พลังงาน คำนวณจากน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต้องการพลังงาน 30 กิโลแคลอรี่  ในกรณีทำงานปานกลาง  ถ้าทำงานเบา น้ำหนัก 1 กิโลกรัม :25 กิโลแคลอรี่แทน  ควรได้รับพลังงานเพียงพอ  ทั้ง คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน  โดยเฉพาะไขมันควรเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว ข้าวทานได้ปกติ ในรายที่ต้องระวังฟอสฟอรัสในเลือดสูงให้เลี่ยงการทานข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี (ทานแป้งปลอดโปรตีนแทน เช่น เส้นเซี่ยงไฮ้ ข้าวหอมมะลิสีขาว เส้นหมี่ เส้นใหญ่)

            สุดท้ายนี้แนวทางในการทานอาหาร มีส่วนสำคัญในการเสี่ยงการเกิดโรคไต และเพิ่มคุณภาพให้ดีขึ้น ในรายที่เป็นโรคไตในระยะเริ่มต้นแล้ว การดูแลของแพทย์ ทานยาสม่ำเสมอ พบแพทย์ตามนัด และเลือกทานอาหารที่เหมะสม แค่นี้ก็สามารถลดอาการเสี่ยงของโรคไตได้

                                                                             

นายธีระเดช  สวนเส

                               นักกำหนดอาหาร รพ.วิภาวดี


                         ด้วยความปรารถนาดีจากโรงพยาบาลวิภาวดี

 


แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com