Home : ความรู้สุขภาพ

เบาหวานขึ้นจอประสาทตา (Diabetic Retinopathy DR)

เบาหวานเกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ส่งผลต่อระบบเส้นเลือดต่างๆในร่างกาย เช่น ที่ตา ไต และระบบประสาท
Date: 11/06/2563 View: 898

เบาหวานเกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับการเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ส่งผลต่อระบบเส้นเลือดต่างๆในร่างกาย เช่น ที่ตา ไต และระบบประสาท

เบาหวานขึ้นจอประสาทตา

เกิดจากการที่ร่างกาย มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้เกิดพยาธิสภาพผนังเส้นเลือดฝอยที่ตาเกิดอุดตัน โป่งพอง รั่วซึม มีจุดเลือดออก จอประสาทตาบวม มีเส้นเลือดงอกใหม่และเกิดพังผืดดึงรั้งที่จอประสาทตา จนทำให้ตาบอดได้ แบ่งเป็น 2 ระยะดังนี้

1.ระยะเริ่มต้น ตรวจพบความผิดปกติของจอประสาทตาโดยมีผนังเส้นเลือดโป่งพอง ต่อมามีจุดเลือดออก มีการรั่วซึมของสารไลโปโปรตีน เส้นใยประสาทตาขาดเลือดมาเลี้ยง อาจพบจอประสาทตาบวมน้ำได้

2. ระยะรุนแรง ตรวจพบมีเส้นเลือดใหม่ ซึ่งจะเปราะบางและแตกง่าย ทำให้เลือดออกในน้ำวุ้นตา อาจพบพังผืดดึงรั้งจอประสาทตาเกิดการฉีกขาดและหลุดลอก ทำให้ผู้ป่วยมีระดับการมองเห็นลดลงหรือตาบอดในที่สุด

ถ้ามีเส้นเลือดงอกใหม่ที่ม่านตา จะเกิดการอุดตันทางระบายน้ำในช่องหน้าม่านตา ทำให้ความดันตาสูงขึ้น เกิดต้อหินชนิดหลอดเลือดงอกใหม่ซึ่งรักษาได้ยาก และเป็นสาเหตุของตาบอดได้อีกด้วย

การรักษา

1. การรักษาด้วยยา โดยเน้นการรักษาโรคประจำตัวของผู้ป่วย ผู้ป่วยจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเส้นเลือด และความดันโลหิต ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้โรคเบาหวานขึ้นจอตาลุกลามมากขึ้น

2. การรักษาด้วยเลเซอร์ จะทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีจอประสาทตาบวมน้ำ เบาหวานขึ้นจอประสาทตาอยู่ในระยะรุนแรงมีเส้นเลือดงอกใหม่ จะเริ่มให้การรักษาด้วยเลเซอร์ แสงเลเซอร์จะถูกฉายลงบนจอประสาทตาโดยตรง ทำให้เส้นเลือดที่ผิดปกติหายไปโรคจะหยุดลุกลามได้ ในบางรายอาจต้องได้รับการฉายแสงเลเซอร์ต่อเนื่องกันหลายครั้ง

3. การฉีดยาเข้าในน้ำวุ้นตา ได้แก่ ยากลุ่ม Steroid และยากลุ่มAnti VEGF เพื่อรักษาโรคจุดกลางรับภาพจอประสาทตาบวมจากเบาหวาน ข้อดีคือ ในรายที่ตอบสนองต่อยาได้ดี การมองเห็นจะกลับคืนมาได้เกือบเท่าปกติ โดยไม่มีผลทำลายจอประสาทตาแค่ยามีฤทธิ์อยู่ได้ชั่วคราว

4. การผ่าตัดน้ำวุ้นตา ในกรณีที่โรครุ่นแรง จนมีเลือดออกในน้ำวุ้นตา หรือมีพังผืดดึงรั้งจอประสาทตาหลุดออก หรือมีจุดกลางรับภาพบวมเรื้อรัง ไม่ตอบสนองต่อการฉายแสงเลเซอร์ หรือยาฉีดจะต้องให้การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดน้ำวุ้นตาหรือผ่าตัดรักษาจอประสาทตา

การดูแลตัวเองของผู้ป่วยเบาหวานเพื่อไม่ให้ตาบอด

1. ให้ผู้ป่วยเบาหวาน ควรมารับการตรวจจอประสาทตากับจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอตามนัด

2. ควบคุมอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและมีค่าน้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1C)<7%

3. รักษาโรคความดันโลหิตสูงให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

4. ควบคุมระดับไขมันในเลือด

5. งดสูบบุหรี่                         

6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ

7. เคร่งครัดการใช้ยาให้ถูกต้อง

8. ปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่

สรุป การป้องกันเบาหวานขึ้นจอประสาทตา ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วและความสม่ำเสมอในการรักษา การควบคุมอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนจนสู่ภาวะตาบอดได้

 

 

 

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com