
หน่วยบริการสุขภาพ 3 ระดับ
แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) จัดระดับขีดความสามารถของหน่วยงานในระบบบริการสุขภาพ การจัดระดับของหน่วยบริการสุขภาพแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมภูมิ ระดับทุติยภูมิ และระดับตติยภูมิ
1. หน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ
แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
1.1 สถานบริการสาธารณสุขชุมชน (สสช.) หมายถึง เป็นสถานบริการ อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดชุมชน ซึ่งสถานบริการสาธารณสุขชุมชนนี้มักตั้งอยู่ในชุมชนที่ห่างไกล การคมนาคมไม่สะดวก มีความทุรกันดาร และอยู่ห่างไกลจากสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาล โดยให้บริการดูแลรักษา ผู้เจ็บป่วยในชุมชนนั้นเหมือนเป็นสถานีอนามัยแห่งหนึ่ง และมี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจําอยู่ เพื่อรับผิดชอบให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ ทุกหมู่บ้านของสถานบริการสาธารณสุขชุมชน ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ของสถานบริการสาธารณสุข ชุมชนให้บริการแก่ผู้เจ็บป่วยจนเกินขีดความสามารถ ก็จะส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานีอนามัย ที่ใกล้ที่สุดต่อไป
1.2 ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง (ศสม.) หมายถึง หน่วยบริการสุขภาพที่จัดตั้ง ในเขตเทศบาลเมือง/นคร หรือเขตชุมชนหนาแน่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไป ให้บริการแบบผสมผสานทั้งด้านรักษา ฟื้นฟูสภาพ ส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ไม่ใช่สถานบริการเฉพาะผู้ป่วยนอก (Extended OPD) แต่เน้น บริการสุขภาพในพื้นที่เชิงรุก (Community Health Service) โดยความร่วมมือของ อาสาสมัครชุมชน และเทศบาล
1.3 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตําบล (รพ.สต.) มีขอบเขตการดําเนินการ บริการสาธารณสุขผสมผสาน ทั้งด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค การรักษา พยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ รวมทั้งการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชนและสังคมในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยมีจุดเน้น ในการดําเนินงานเชิงรุก บริการอย่างต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยงและมีส่วนร่วม
บทบาทของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิคือ การร่วมกัน ทํางานเป็นทีมในการให้บริการที่ผสมผสานแก่ประชาชนในความรับผิดชอบ ต้องทําทุกกิจกรรม แบบองค์รวม (Holistic care) สําหรับการกําหนดระดับของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล เพื่อให้สํานักงานสาธารณสุขอําเภอ ศูนย์สุขภาพชุมชน หรือหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ รูปแบบอื่นๆ สามารถพัฒนาและยกระดับการดําเนินงานตามจํานวนประชากรในเขตพื้นที่ รับผิดชอบ ดังนี้
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ขนาดเล็ก รับผิดชอบประชากร ไม่เกิน 3,000 คน
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ขนาดกลาง รับผิดชอบประชากร 3,000 – 6,000 คน
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล ขนาดใหญ่ รับผิดชอบประชากร 6,000 คนขึ้นไป
บทบาทภารกิจของบุคลากรประจําโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล
ที่มา : มาตรฐานและแนวทางการออกแบบสถานบริการสุขภาพ, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
หมายเหตุ ในกรณีจําเป็น ให้ปรับลดหรือเพิ่มจํานวนบุคลากรได้ตามความเหมาะสม โดยให้มีเจ้าหน้าที่ (พยาบาล - เจ้าหน้าที่สาธารณสุข) อย่างน้อย 1 คน ต่อประชากร 1,250 คน
2. หน่วยบริการสุขภาพระดับทุติยภูมิ
แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้
2.1 โรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก (F3) หมายถึง โรงพยาบาลชุมชนขนาดเตียง 30 เตียง ที่มีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัว รวม 1 - 2 คน มีห้อง ผ่าตัดเล็ก ไม่มีห้องผ่าตัด ห้องคลอด ตึกผู้ป่วยใน ให้การดูแลผู้ป่วยไม่ซับซ้อน สนับสนุน เครือข่ายบริการปฐมภูมิของแต่ละอําเภอไม่จําเป็นต้องทําหัตถการ เช่น การผ่าตัดใหญ่ และ ไม่จําเป็นต้องจัดบริการผู้ป่วยในเต็มรูปแบบ (ที่มา: แผนพัฒนาระบบบริการ Service Plan)
2.2 โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง (F2) หมายถึง โรงพยาบาลชุมชนขนาดเตียง 30 – 90 เตียง ที่มีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รวม 2 – 5 คน ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง มีบริการผู้ป่วยใน มีห้องผ่าตัด ห้องคลอด รองรับผู้ป่วยและผู้ป่วยใน ของแต่ละอําเภอ โดยสนับสนุนเครือข่ายบริการปฐมภูมิของแต่ละอําเภอ (ที่มา: แผนพัฒนาระบบบริการ Service Plan)
2.3 โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ (F1) หมายถึง โรงพยาบาลชุมชนขนาดเตียง 90 – 120 เตียง ที่มีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์ เฉพาะทางสาขาหลัก (อายุรกรรม ศัลยกรรมทั่วไป สูตินรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรม กระดูก และวิสัญญีแพทย์) เป็นสาขาเท่าที่มีอยู่ปัจจุบัน (คงที่มีอยู่เดิมไม่เพิ่มจํานวน) รวม 3 – 10 คน มีห้องผ่าตัด ผู้ป่วยใน ห้องคลอด และสนับสนุนเครือข่ายบริการปฐมภูมิของ แต่ละอําเภอ
2.4 โรงพยาบาลแม่ข่าย (M2) คือ โรงพยาบาลชุมชนขนาด 120 เตียงขึ้นไป มีแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 3 – 5 คน และแพทย์เฉพาะทาง ครบทั้ง 6 สาขาหลัก (อายุรกรรม ศัลยกรรม สูตินรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม ออร์โธปิดิกส์ และวิสัญญีแพทย์) สาขาละอย่างน้อย 2 คน มีผู้ป่วยใน ห้องผ่าตัด ห้องคลอด หอผู้ป่วยหนัก ห้องปฏิบัติการ เพื่อวินิจฉัยประกอบการรักษา แพทย์เฉพาะทางรังสีวิทยาเพื่อวินิจฉัย ประกอบการรักษาของแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก 6 สาขา รองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาล ชุมชนอื่นและลดการส่งต่อไปที่โรงพยาบาลทั่วไป และสนับสนุนเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ของแต่ละอําเภอ
3. หน่วยบริการสุขภาพระดับตติยภูมิ
แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
3.1 โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก (M1) หมายถึง โรงพยาบาลที่มีขีดความสามารถ รองรับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับเชี่ยวชาญ ประกอบด้วยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาหลักทุกสาขา และสาขารองในบางสาขาที่จําเป็น กําหนดให้เป็นโรงพยาบาล รับส่งต่อผู้ป่วยระดับกลาง (ระดับ M1) (ที่มา: แผนพัฒนาระบบบริการ Service Plan)
3.2 โรงพยาบาลทั่วไประดับ S (Standard – level Hospital) หมายถึง โรงพยาบาลที่มีขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับ เชี่ยวชาญเฉพาะ จึงประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสาขาหลัก สาขารอง และสาขาย่อย บางสาขา กําหนดให้เป็นโรงพยาบาลรับส่งต่อผู้ป่วยระดับมาตรฐาน (ที่มา : แผนพัฒนาระบบบริการ Service Plan)
3.3 โรงพยาบาลศูนย์ระดับ A (Advance – level Hospital) หมายถึง โรงพยาบาลที่มีขีดความสามารถรองรับผู้ป่วย ที่ต้องการการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับ เชี่ยวชาญ มีเทคโนโลยีขั้นสูงและราคาแพง (Advance & sophisticate technology) มีภารกิจด้านแพทยศาสตร์ศึกษาและงานวิจัยทางการแพทย์ จึงประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งสาขาหลัก สาขารอง และสาขาย่อยครบทุกสาขาตามความจําเป็น กําหนดให้เป็นโรงพยาบาล รับส่งต่อผู้ป่วยระดับสูง (ที่มา : แผนพัฒนาระบบบริการ Service Plan)
/// ฉบับ 2560 //////
เกณฑ์มาตรฐานระบบบริการสุขภาพด้านอาคารและสภาพแวดล้อมของสถานบริการสุขภาพสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (2560 หน้า 11-12) กำหนดระดับสถานพยาบาลเป็น 3 ระดับ เชื่อมโยงกันด้วยระบบส่งต่อ (Referral System) จำนวน 4 กลุ่ม
ระดับสถานบริการสาธารณสุข
แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ของกระทรวงสาธารณสุข มีการแบ่งระดับสถานบริการสาธารณสุข สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตาม บทบาทและขีดความสามารถเป็น 3 ระดับบริการ เชื่อมโยงกันด้วยระบบส่งต่อ (Referral System) จำนวน 4 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับสูง (High - Level Referral Hospital) ระดับ A และ S
- กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับกลาง (Mid - Level Referral Hospital) ระดับ M1 และ M2
- กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับต้น (First- Level Referral Hospital) ระดับ F1 , F2 และ F3
- กลุ่มหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ระดับ P1 และ P2
แต่ละกลุ่ม อธิบายได้ดังนี้
1. กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับสูง (High - Level Referral Hospital)
ประกอบด้วย
1.1 โรงพยาบาลศูนย์ (Advance - Level Referral Hospital) หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับ A
เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) รับส่งต่อผู้ป่วยระดับสูง มีอยู่ทุกเขต สุขภาพ มีขีดความสามารถด้านการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับเชี่ยวชาญ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ราคาแพง (Advance & Sophisticate Technology) มีภารกิจด้านแพทยศาสตร์ศึกษาและงานวิจัยทางการแพทย์ ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาหลัก สาขารองและสาขาย่อยครบทุกสาขาตามความจำเป็น บางแห่ง ถูกกำหนดเป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญใน 5 สาขาหลัก (สาขาโรคหัวใจ สาขาโรคมะเร็ง สาขาอุบัติเหตุและ ฉุกเฉิน สาขาทารกแรกเกิด และสาขาการรับบริจาคและปลูกถ่ายอวัยวะ) สามารถรองรับผู้ป่วยส่งต่อจาก ระดับตติยภูมิ ภายในเขตสุขภาพเดียวกันและเขตใกล้เคียง
1.2 โรงพยาบาลทั่วไป (Standard - Level Referral Hospital) หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อ ระดับ S
เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) รับส่งต่อผู้ป่วยระดับมาตรฐาน มีอย่างน้อย 1 แห่งต่อจังหวัด มีขีดความสามารถด้านการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับเชี่ยวชาญเฉพาะ ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาหลัก สาขารองครบทุกสาขาและสาขาย่อยบางสาขา บางแห่งอาจจัด ภารกิจด้านแพทยศาสตร์ศึกษาโดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ได้สามารถรองรับผู้ป่วยส่งต่อจากหน่วย บริการภายในจังหวัด
2. กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับกลาง (Mid - Level Referral Hospital)
ประกอบด้วย
2.1 โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับ M1
เป็นโรงพยาบาลที่ ให้บริการระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) มีขีดความสามารถด้านการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนระดับ เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาหลักทุกสาขา และสาขารองบางสาขาที่จำเป็น สามารถ รองรับผู้ป่วยส่งต่อจากหน่วยบริการระดับทุติยภูมิ
2.2 โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับ M2
เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการ ระดับทุติยภูมิ (Secondary Care) ขนาด 120 เตียงขึ้นไป ประกอบด้วยแพทย์เวชปฏิบัติหรือแพทย์เวช ศาสตร์ครอบครัว 3-5 คน และแพทย์เฉพาะทางครบทั้ง 6 สาขาหลัก (อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม ออร์โธปิดิกส์ และวิสัญญี) สาขาละอย่างน้อย 2 คน มีบริการผู้ป่วยใน ห้องผ่าตัด ห้องคลอด หอผู้ป่วยหนัก ห้องปฏิบัติการ และรังสีวิทยาเพื่อวินิจฉัยประกอบการรักษาของ แพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก 6 สาขา รองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนอื่น ลดการส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลทั่วไป และสนับสนุนเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิของแต่ละอำเภอ
3. กลุ่มโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับต้น (First- Level Referral Hospital)
ประกอบด้วย
3.1 โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับ F1
เป็นโรงพยาบาลที่ ให้บริการระดับทุติยภูมิ (Secondary Care) ขนาด 90 – 120 เตียง ประกอบด้วยแพทย์เวชปฏิบัติหรือ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และแพทย์เฉพาะทางสาขาหลัก (อายุรกรรม ศัลยกรรม สูติ-นรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม ออร์โธปิดิกส์ และวิสัญญี) เป็นสาขาเท่าที่มีอยู่ปัจจุบันรวม 3-10 คน มีบริการผู้ป่วยใน ห้อง ผ่าตัด ห้องคลอด และสนับสนุนเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิของแต่ละอำเภอ
3.2 โรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับ F2
เป็นโรงพยาบาลที่ ให้บริการระดับทุติยภูมิ (Secondary Care) ขนาด 60 - 90 เตียง ประกอบด้วยแพทย์เวชปฏิบัติหรือ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รวม 2-5 คน ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง มีบริการผู้ป่วยใน ห้องผ่าตัด ห้องคลอด และสนับสนุนเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิของแต่ละอำเภอ
3.3 โรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก หรือโรงพยาบาลรับส่งต่อระดับ F3
เป็นโรงพยาบาลที่ ให้บริการระดับทุติยภูมิ (Secondary Care) ขนาด 30 – 60 เตียง ประกอบด้วยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป หรือแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวรวม 1-2 คน ไม่มีห้องผ่าตัด มีห้องผ่าตัดเล็ก มีห้องคลอด มีตึกผู้ป่วยในให้ การดูแลผู้ป่วยไม่ซับซ้อนและไม่มีโอกาสเกิดความเสี่ยงสูง รองรับผู้ป่วยนอก-ผู้ป่วยในเพื่อสังเกตอาการ/ส่ง ต่อ และสนับสนุนเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิของแต่ละอำเภอ ไม่จำเป็นต้องทำหัตถการ เช่น การผ่าตัด ใหญ่ และไม่จำเป็นต้องจัดบริการผู้ป่วยในเต็มรูปแบบ
4. กลุ่มหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care)
เป็นหน่วยบริการด่านแรกที่ใกล้ชิดประชาชนในการ เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างสอดคล้องกับความจำเป็นด้านสุขภาพ ประกอบด้วย
4.1 ศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง หรือหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ P1
ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนเมือง หรือ พื้นที่เติบโตของเมือง ทั้งเมืองที่ตั้งของตัวจังหวัด และเมืองอื่นๆ (อาจใช้พื้นที่เขตเทศบาลเป็นเกณฑ์) มี ประชากรในความรับผิดชอบไม่เกิน 30,000 คนต่อแห่ง มีขีดความสามารถด้านเวชปฏิบัติทั่วไป ทันตกรรม เภสัชกรรม ชันสูตรโรค กายภาพบำบัด หรือกิจกรรมบำบัด และการแพทย์แผนไทย หรือแพทย์ทางเลือก สามารถตรวจรักษาผู้ป่วยนอกทั่วไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ตลอดจนกลุ่มที่มี ภาวะเสี่ยง ดูแลในมิติของสุขภาพองค์รวม การสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน การสร้างเสริม สุขภาพเชิงรุก โดยให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญ ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักไม่ใช่การแยกที่ตั้งหน่วย OPD ของ โรงพยาบาล หรือ out-reached เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล
4.2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือหน่วยบริการระดับปฐมภูมิ P2 (รวมถึงสถานี อนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษานวมินทราชินี)
เป็นหน่วยบริการสุขภาพระดับตำบล หรือระดับหมู่บ้าน ครอบคลุมประชากรประมาณ 1,000 – 10,000 คน การให้บริการจะเน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน โรค รักษาพยาบาลเบื้องต้น การฟื้นฟูสมรรถภาพ ดูแลในมิติของสุขภาพองค์รวม การสร้างความเข้มแข็งให้ ครอบครัวและชุมชน
4.3 สถานบริการสาธารณสุขชุมชน หรือหน่วยบริการระดับปฐมภูมิP3 เป็นสถานบริการที่ จัดตั้งในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกล หรือตามแนวตะเข็บชายแดน ให้บริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาลเบื้องต้นและการฟื้นฟูสมรรถภาพ มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นทีมพี่เลี้ยง
นอกจากนี้ ยังมีสถานบริการสุขภาพทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคสังกัดกรมต่างๆของกระทรวง สาธารณสุข สังกัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดกรุงเทพมหานคร และ สังกัดหน่วยงานอิสระอื่นๆ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะมีความสามารถในการให้บริการสาธารณสุขผสมผสานได้ ครบทุกระดับ โดยอาศัยระบบส่งต่อและช่วยเหลือกันภายในเขตสุขภาพ
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 2 คน)