30 บาทรักษาทุกที่ คือ ภาค 2 ของ 30 บาทรักษาทุกโรค

Nov 06, 2020 578
“อนุทิน” ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ ลั่น "30 บาทรักษาทุกที่" คือภาคสองของ "30 บาทรักษาทุกโรค" นำร่องใน กทม.และตั้งเป้าขยายไปทั่วประเทศภายในปี 2565 พร้อมยกระดับให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้ารักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่มีความพร้อมเพื่อลดระยะเวลารอคิวเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ป่วยตั้งแต่ 1 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป


 
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยกระดับบัตรทอง 4 บริการ สู่หลักประกันสุขภาพยุคใหม่” ในการประชุมสร้างความร่วมมือภาคีเครือข่ายภาคประชาชนยกระดับบัตรทอง 4 บริการ สู่หลักประกันสุขภาพยุคใหม่ ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2563 โดยระบุว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สปสช.ได้ทำสิ่งที่ควรจะให้เกิดก็คือรักษาทุกโรค จนถึงวันนี้ 30 บาทรักษาทุกโรคสามารถรักษาได้ทุกโรคจริงๆ และตนให้สัญญาว่า 30 บาทรักษาทุกโรค จะพัฒนาเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ รวมทั้งมีการพัฒนาบริการอื่นๆ รวมเป็น 4 เรื่องเพื่ออำนวยความสะดวกดูแลรักษาบริการประชาชนให้เข้าถึงการบริการได้มากขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น
 
 
"30 บาทรักษาทุกที่จะเป็นภาค 2 ของ 30 บาทรักษาทุกโรค โดยบริการที่ยกระดับคือเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้ป่วยอาการหนัก สามารถใช้บริการของหน่วยบริการปฐมภูมิได้ทุกที่ตั้งแต่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมาในเขต กทม.ก่อน และตั้งเป้าไว้ว่าใน 2565 จะขยายไปทุกจังหวัดของประเทศ" นายอนุทิน กล่าว
 
 
 นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเรื่องการยกระดับบัตรทอง ความเข้าใจง่าย ๆ คือในเมื่อ 30 บาทรักษาทุกโรคแล้ว บางครั้งคนที่ไปทำงานต่างภูมิลำเนา เมื่อเจ็บป่วยต้องรับการรักษาก็ต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ทำไมไม่รักษาทุกที่ไปด้วย ทำไมไม่ใช้ฐานข้อมูลเชื่อมโยงกัน ป่วยที่ไหนเข้ารับบริการที่นั่นได้เลย และไม่ต้องกังวลว่าคนจะเข้าแต่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเมื่อ สปสช.บอกว่ายินยอมให้รักษาทุกที่ ทางกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีโรงพยาบาลแทบทุกอำเภอ ก็ต้องยกระดับโรงพยาบาล ยกระดับการให้บริการประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องไม่มีคำว่าโรงพยาบาลใหญ่โรงพยาบาลเล็ก จะต้องมีแต่คำว่าโรงพยาบาลดี โรงพยาบาลเจ๋ง โรงพยาบาลที่รักษาคนไข้ได้มากที่สุด


 
นายอนุทิน ขยายความว่าสำหรับการรักษาทุกที่ก็คือโรคทั่วไป เบาหวาน ความดัน หัวใจ หวัด ไข้ แบบนี้ไปรักษาทุกที่ได้ โดยเพิ่มโรคยากๆ เข้าไปด้วยคือมะเร็ง เพราะผู้ป่วยโรคมะเร็งถ้าไม่เปิดให้รักษาทุกที่ ต้องรอคิว บางครั้งไม่ทันได้รักษาก็เสียชีวิตไปก่อน ดังนั้นประชาชนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง จะสามารถตรวจและรักษาได้ทุกโรงพยาบาลที่มีความพร้อม ไม่ต้องรอคิวเหมือนที่ผ่านมา ไม่ต้องถูกจำกัดการใช้สิทธิ์ตามหน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 เป็นต้นไปเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ป่วยมะเร็ง


 
"กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้โอกาสในช่วงนี้จัดหาเครื่องฉายรังสีมะเร็งอีก 7 เครื่องเพื่อไปไว้ตามศูนย์มะเร็งทั่วประเทศ ด้วยความหวังว่าจากนี้ไปผู้ป่วยที่ต้องรับการฉายรังสีด้วยโรคมะเร็งจะสามารถไม่ต้องเดินทางไกลไปมาและคิวก็น่าจะสั้นลง ซึ่งเมื่อเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีอนุมัติโดยไม่ถามสักคำ" นายอนุทิน กล่าว


 
นอกจากนี้แล้ว ในส่วนของผู้ป่วยในก็จะสามารถใช้บริการหน่วยบริการใดหรือโรงพยาบาลใดก็ได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัวหรือต้องรอเอกสารส่งตัวซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนทราบว่าใช้เวลานานมาก โดยจะเริ่มในเขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งประกอบด้วย จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ และ จ.ชัยภูมิ ก่อน และตั้งเป้าให้ครอบคลุมทั้ง 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศในปี 2565 เช่นกัน รวมทั้งเรื่องการแจ้งเปลี่ยนหน่วยบริการประจำโดยไม่ต้องรอระยะเวลาเกิดสิทธิ แจ้งย้ายแล้วเดินไปที่ไหนได้เลยไม่ต้องรอการอนุมัติ โดยขณะนี้กำลังเร่งยกระดับฐานข้อมูล และพร้อมจะให้บริการได้ในวันที่ 1 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป


 
"การยกระดับ 4 บริการนี้จะเป็นการพัฒนางานบริการด้านสาธารณสุขของประเทศไทยให้เป็นการบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกดูแลรักษาบริการประชาชนให้เข้าถึงการบริการได้มากขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และหวังว่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพของประชาชนเต็มที่ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงคณะรัฐมนตรีทุกคน ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสาธารณสุข ขอเพียงมีเหตุผลที่จำเป็น คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความเชื่อและมุ่งหวังว่าเมื่อประชาชนคนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง มีความเข้าใจระบบการสาธารณสุข มีความเข้าใจเรื่องการรักษาตัวเองแล้ว ประเทศไทยจะมีความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางสังคม ทางเศรษฐกิจ และความเป็นปึกแผ่นของคนในชาติ ถ้ามีจิตใจที่ดีมีสุขภาพที่ดี มีระบบการรักษาที่ดี ทุกคนก็อยากจะไปทำมาหากินสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับครอบครัว และประเทศไทยจะพลิกฟื้นจากวิกฤตโควิดก่อนคนอื่น" นายอนุทิน กล่าว


 
นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ กทม. ต้องขออภัยกับปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องคลินิกชุมชนอบอุ่น แต่ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขจะทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ สปสช. เต็มที่ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น ทั้งกระทรวงสาธารณสุขและ กทม. รีบเอาหน่วยงานในสังกัดเข้ามาให้บริการเพื่อให้เกิดความไม่สะดวกน้อยที่สุดและขอให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น


 
ด้าน น.ส.ณัฐวดี มิ่งชัย ตัวแทนภาคประชาชน ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน หน่วยรับเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 50 (5) และเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) กล่าวขอบคุณนายอนุทินที่ช่วยจัดการปัญหาการทุจริตของหน่วยบริการที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพอย่างจริงจัง ซึ่งแม้ว่าจะกระทบกับการรับบริการของประชาชนในพื้นที่ กทม.บ้าง แต่เชื่อว่าเป็นภาวะชั่วคราว


 
"แม้จะเกิดปัญหาอยู่บ้างแต่ สปสช.ร่วมกับภาคประชาชนก็ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดี เราถือว่าวิกฤติครั้งนี้เป็นโอกาสในการปรับระบบบริการใหม่โดยเฉพาะการให้ผู้ใช้สิทธิไปรับบริการในคลินิกปฐมภูมิคลินิกชุมชนอบอุ่นในเครือข่ายได้ทุกแห่ง เชื่อว่าจะทำให้คนใน กทม.ที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพจะสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น พวกเราภาคประชาชนจะช่วยกันสื่อสารให้ชุมชนได้รับทราบนโยบายที่เป็นประโยชน์นี้ รวมทั้งต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข กทม. และ สปสช.ที่ได้ชี้แจงทำความเข้าใจและเชิญภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา เราจะจับมือเดินไปด้วยกันค่ะ" น.ส.ณัฐวดี กล่าว


Gnews 5/11/2020

 
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลขอนแก่นราม
โรงพยาบาลขอนแก่นราม
โรงพยาบาลคามิลเลียน
โรงพยาบาลคามิลเลียน
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com