Vaccine Newsตรวจโควิดข่าวโควิด

อย.ยืนยัน จดแจ้งเครื่องสำอางที่ใช้น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชงได้แล้ว ตามประกาศการใช้กัญชงในเครื่องสำอาง 2563

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้กัญชงในเครื่องสำอาง 2563 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 12 มกราคม 2564 ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอจดแจ้งเครื่องสำอางได้ทุกชนิดตามเงื่อนไขที่กำหนด

Update: 10/09/2564 View: 2,878

เริ่มแล้ว นำร่องใช้น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชงในเครื่องสำอาง

อย. เผย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้กัญชงในครื่องสำอาง มีผลใช้บังคับแล้ววันนี้ (12 ม.ค. 64) นำร่องใช้น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชงเป็นอันดับแรกและจะขยายไปยังส่วนอื่นๆ ของกัญชงต่อไป ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอจดแจ้งเครื่องสำอางได้ทุกชนิดตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนกฎหมายให้ใช้กัญขา กัญชงในผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นจะทยอยออกให้มีผลใช้บังคับต่อไป พร้อมชี้แจงการนำใบไปทำเมนูอาหารของอภัยภูเบศร สามารถทำได้ เพราะผู้รับอนุญาตได้มาขอปรับแก้ไขโครงการแล้ว โดย อย. จะออกชุดสื่อประชาสัมพันธ์แนะนำผู้ปรุงอาหารให้มีความรู้ในการปรุงอาหารจากกัญชาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป
 
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่าตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ปลดล็อกส่วนของกัญชากัญชงเพื่อให้สมารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษนั้น
 
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกกฎหมายรองรับการปลดล็อกดังกล่าวให้สามารถไปใช้ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์สุภาพ ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยกฎหมายฉบับแรกที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้กัญชงในเครื่องสำอาง 2563 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันนี้ (12 มกราคม 2564) เป็นต้นไป สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ เปิดให้
  • ใช้น้ำมันและสารสกัดจากเมล็ดกัญชงในเครื่องสำอางได้ทุกชนิดตามเงื่อนไขที่กำหนด และ
  • จะขยายให้ใช้ส่วนอื่นของกัญชงในเครื่องสำอาง รวมถึงออกกฎหมายการใช้กัญชา กัญชงในผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ให้มีผลใช้บังคับต่อไป
รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อไปถึงกรณีที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรออกเมนู "มาชิมกัญ"
ว่า สามารถทำได้ เนื่องจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้มาขอแก้ไขโครงการเพื่อนำใบไปใช้ประโยชน์แล้ว และเป็นการจำหน่ายตรงต่อผู้บริโภค จึงไม่ต้องขอเลข อย. ทั้งนี้การนำใบกัญชาไปใช้ปรุงอาหารยังมีข้อควรระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดย อย. จะออกชุดสื่อประชาสัมพันธ์แนะนำผู้ปรุงอาหารให้มีความรู้ในการปรุงอาหารจากกัญชาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป
 

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การใช้กัญชงในเครื่องสำอาง 2563

  1. “กัญชง”(Hemp) หมายความว่า พืชที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa และมีลักษณะตามประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ว่าด้วยการกำหนดลักษณะกัญชง (HempX

    “สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล” (Tetrahydrocannabinol หรือ THC) หมายความว่า ผลรวมของสารในกลุ่ม THC

    “น้ำมันจากเมล็ดกัญชง” (Hemp seed oil) หมายความรวมถึง สารดัดแปลงที่ได้จากน้ำมัน จากเมล็ดกัญชง และต้องใช้ในวัตถุประสงค์ทางเครื่องสำอางเท่านั้น

    “สารสกัดจากเมล็ดกัญชง” (Hemp seed extract) หมายความรวมถึง สารดัดแปลงที่ได้จากสารสกัดจากเมล็ดกัญชง และต้องใช้ในวัตถุประสงค์ทางเครื่องสำอางเท่านั้น
     
  2.  “น้ำมันจากเมล็ดกัญชง” หรือ “สารสกัดจากเมล็ดกัญชง” ที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในบัญชีแนบท้ายประกาศนี้
     
  3. เครื่องสำอางที่มี “น้ำมันจากเมล็ดกัญชง” หรือ“สารสกัดจากเมล็ดกัญชง” เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางไม่เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 2 ให้ถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่มีวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง
     
  4. ห้ามนำเข้าวัตถุดิบ “น้ำมันจากเมล็ดกัญชง” หรือ “สารสกัดจากเมล็ดกัญชง”และเครื่องสำอางที่มีสารดังกล่าวเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ทางเครื่องสำอาง ให้เป็นไปที่ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ
     
  5. ความในข้อ 2 และข้อ 3 ไม่ใช้บังคับกับเครื่องสำอางที่ผลิตเพื่อการส่งออกแต่ผู้ผลิตจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประกาศกำหนดไว้ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
     
  6. ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป
ราชกิจจา

ข่าว/บทความล่าสุด

ทั้งหมด

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บริการ ด้านสุขภาพในทุกมิติ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @healthserv



https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)