เพื่อกระตุ้นการรับรู้และความเข้าใจในปัญหานี้ในระดับโลก นักวิจัยจาก John Hopkins มหาวิทยาลัยชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการอบรมและประชุมวิชาการ ASIA Fellows Program in Aging, Hearing, & Public Health ให้กับนักวิจัยทั่วภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก
ศ. ดร. Frank Lin แพทย์เฉพาะทาง โสต ศอ นาสิก สุขภาพจิต และระบาดวิทยา และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการได้ยินและสาธารณสุข (Cochlear Center for Hearing and Public Health) มหาวิทยาลัย John Hopkins โรงเรียนแพทย์ด้านหูอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกับ คณะแพทยศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมโดย อ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร ศิษย์เก่าของ John Hopkins Cochlear center for hearing and Public Health จัดการอบรมให้ความรู้ในการอบรมและการประชุมวิชาการแบบ Hybrid ครั้งแรกในเอเชีย โดยร่วมมือกับภาควิชา โสต ศอ นาสิก และ School of Global Health คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรณรงค์ให้บุคลากรทางการแพทย์จากทั่วเอเชียเข้าใจว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์จะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วหากการศึกษาและวิจัยนั้นเป็นการบูรณาการร่วมกันของแพทย์หลากหลายสาขา รวมถึงนโยบายการให้บริการทางสาธารณสุขที่เข้าใจความเชื่อมโยงดังกล่าว ศ. ดร. Frank Lin ยังได้กล่าวว่า “การได้ยิน มีความสำคัญมากสำหรับการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ หรือ Healthy Aging เพราะความสามารถในการได้ยินทำให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และการสูญเสียการได้ยิน เป็นสาเหตุหลักสาเหตุเดียวของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ เราจึงต้องให้ความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการสูญเสียการได้ยิน ซึ่งเป็นปัญหาที่จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วโลก
ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกรรมการบริหารอาวุโสสำนักบริหารวิชาการสุขภาพโลก (School of Global Health – SGH) กล่าวในการเปิดงานว่า “เนื่องจากในปัจจุบันปัญหาสุขภาพนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันในระดับโลก ซึ่งจะเห็นได้จากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา การจัดการและการแก้ปัญหาจึงต้องเกิดขึ้นในระดับโลกและระดับนานาชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งการจัดการอบรมและการประชุมในระดับเอเชียที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย John Hopkins นี้ ได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นจากทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะจากทุนวิจัย Second Century Fund: C2F ของจุฬาฯ ที่ช่วยผลักดันจนความร่วมมือในระดับนานาชาติในครั้งนี้สำเร็จได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดงานวิจัยคุณภาพในระดับนานาชาติที่จะสามารถตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในระดับนานาชาติได้ ทำให้สามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าที่ 3 ที่ว่าด้วยการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) ที่กำหนดโดย UN ได้อย่างแท้จริง”