ข่าวสุขภาพ
ค้นหา รพ.-คลินิก-ร้านยาทั่วไทย ร้านยาคุณภาพของฉัน บริการสุขภาพ คลินิกเอกชน งาน รพ.
บริการวัคซีนโควิด บริการตรวจโควิด
ตำแหน่งงาน
ข่าวสุขภาพทั่วไป ข่าวธุรกิจสุขภาพไทย ข่าว/กิจกรรม/สาระ รพ.ต่างๆ ข้อมูลบริการ รพ.ต่างๆ สิทธิสุขภาพชาวไทย สาระความรู้สุขภาพ ท่องเที่ยวสุขภาพ กิจกรรม ESG CSR กิจกรรม Event Health Economy ข่าวธุรกิจสุขภาพรอบโลก บริจาค
น่าสนใจไทยแลนด์
English
About us เผยแพร่เนื้อหา สถิติเว็บไซต์ สำรวจความเห็นสุขภาพ โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

หน้าร้อนกำลังมา สธ.แนะจุดฉีดวัคซีนป้องโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับสุนัข-แมว

หน้าร้อนกำลังมา สธ.แนะจุดฉีดวัคซีนป้องโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับสุนัข-แมว HealthServ.net
หน้าร้อนกำลังมา สธ.แนะจุดฉีดวัคซีนป้องโรคพิษสุนัขบ้า สำหรับสุนัข-แมว ThumbMobile HealthServ.net

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนหน้าร้อนนี้ให้พาสุนัข-แมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ณ จุดบริการฉีดในกรุงเทพและต่างจังหวัด พร้อมเตืนอให้ระวังตนเองและบุตรหลานไม่ให้ถูกสุนัข-แมว กัดหรือข่วน หากโดนกัด-ข่วนแม้มีแผล เพียงเล็กน้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

17 มีนาคม 2565 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศร้อนอาจทำให้สัตว์หงุดหงิดได้ง่าย ควรระวังตนเองและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดไม่ให้ถูกสุนัข-แมว กัดหรือข่วน เพราะอาจได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้


 
          โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน เชื้อจะเข้าทางบาดแผล ผ่านทางกัด ข่วน เลีย หรือสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทุกชนิดที่มีเชื้อ โดยสัตว์ที่พบเป็นโรคพิษสุนัขบ้าบ่อยที่สุดคือสุนัข รองลงมาคือแมวและโค โรคนี้สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ระยะตั้งแต่รับเชื้อถึงแสดงอาการอาจยาวนานตั้งแต่ 1 สัปดาห์ จนถึง 1 ปี  อาการในคน คือ มีไข้ ปวดศีรษะ คันรุนแรงบริเวณบาดแผล คลุ้มคลั่ง กลัวแสง กลัวลม กลืนอาหารไม่ได้โดยเฉพาะของเหลว และหายใจลำบาก เนื่องจากกล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาต  เมื่อผู้ติดเชื้อแสดงอาการแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ และเสียชีวิตทุกราย
 
 
 

โรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้


โดย
1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีน และนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี 

2.ป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหรือทำร้าย ด้วยหลัก “คาถา 5 ย.” ดังนี้ อย่าแหย่ อาจโดนกัดหรือข่วนได้  อย่าเหยียบ บริเวณลำตัว ขา หรือหางของสัตว์  อย่าแยก สัตว์ที่กำลังกัดกัน  อย่าหยิบ อาหารขณะสัตว์กำลังกิน และ อย่ายุ่ง กับสัตว์ที่ไม่รู้จักคุ้นเคย  และ

 

หากถูกสุนัขหรือแมว กัด-ข่วน


ขอให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลายๆ ครั้ง อย่างเบามือ ใส่ยาฆ่าเชื้อหรือเบตาดีนที่บาดแผลทันทีหลังล้างแผลเสร็จ จากนั้นไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และให้กักสุนัข-แมว 10 วัน เพื่อสังเกตอาการ หากสัตว์ตายให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อส่งตรวจหาโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์  ที่สำคัญ ควรฉีดวัคซีนตามแพทย์นัดให้ครบชุด

 

จุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ในสัตว์)

          ทั้งนี้ ขอแนะนำเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่า การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน โดยนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนเมื่ออายุ 2-4 เดือนขึ้นไป และฉีดซ้ำทุกปี ตามจุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ในสัตว์)

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครมีบริการที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีน 8 แห่ง ได้แก่
  1. ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง [ลิงค์เพจ]
  2. ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา [ลิงค์เพจ]
  3. ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน  [ลิงค์เพจ]
  4. ศูนย์บริการสาธารณสุข 29 ช่วงนุชเนตร [ลิงค์เพจ]
  5. ศูนย์บริการสาธารณสุข 30 บางกอกน้อย [ลิงค์เพจ]
  6. ศูนย์บริการสาธารณสุข 33 วัดหงส์รัตนาราม [ลิงค์เพจ]
  7. ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี [ลิงค์เพจ]
  8. กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าดินแดง
  9. หน่วยบริการฉีดวัคซีนสุนัขบ้าฟรี ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ

หากพบเห็นสัตว์ที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า คือมีอาการหางตก เดินโซเซ น้ำลายย้อย ลิ้นห้อย ตาขวาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือผู้นำชุมชนทันที  หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า สอบถามได้ที่สำนักโรคติดต่อทั่วไป 0 2590 3177-8 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
 
ข่าว/บทความล่าสุด
เนื้อหาอ่านล่าสุด