หลังจาก การออก
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) เมื่อ 23 มิถุนายน 2568 ลงนามโดยนาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไปนั้น เนื้อหาในประกาศ ระบุใน ข้อ 3 "ให้กัญชา ซึ่งเป็นพืชในสกุล Cannabis วงศ์ Caninabaceae เฉพาะส่วนของช่อดอก เป็นสมุนไพรควบคุม" การกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตทุกประเภท (ศึกษาวิจัย ส่งออก จําหน่าย หรือแปรรูป) ต้องปฏิบัติตามประกาศที่อธิบดีกําหนด และยังระบุถึงการกำกับดูแลให้ใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น ผู้ที่จะซื้อกัญชาได้ ต้องมีใบสั่งแพทย์ มีใบรับรองแพทย์ ห้ามขาย ห้ามโฆษณาเพื่อการค้า ห้ามขายในสถานที่ต้องห้าม กำหนดให้กัญชาต้องมาจากแหล่งที่รับรองมาตรฐานกรมการแพทย์แผนไทยฯ เท่านั้น ทุกฝ่ายกล่าวตรงกันว่า เป็นการยุติยุคกัญชาเสรีโดยสิ้นเชิง ซึ่งนายสมศักดิ์ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า "
อนาคตกัญชาต้องกลับไปเป็นยาเสพติด"
เช็คฟีดแบค หลังสธ.ยุติกัญชาเสรี
รวมคลิปวิดีโอความเห็นเรื่องกัญชาในสื่อต่างๆ น่าสนใจ หลังประกาศสมุนไพรควบคุม(กัญชา)มีผลบังคับใช้แล้ว
Back to top
อนาคตมันก็คือยาเสพติด - รมว.สธ.กล่าว


24 มิถุนายน 2568 รมว.สธ.สมศักดิ์ เทพสุทิน แถลงหลังประชุมครม.เกี่ยวกับประเด็นการประกาศสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ฉบับล่าสุด ระบุว่ากัญชาจะควบคุมเข้มข้นเพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น และปลายทางอนาคตกัญชาจะกลับไปเป็นยาเสพติด
ต่อคำถามว่า เรื่องนี้เป็นเกมการเมืองหรือไม่ รมว.สธ. ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง และมีการร้องเรียนมากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัฐบาลท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็ความพยายามในเรื่องจะทำให้เป็นยาเสพติดอยู่แล้ว ให้เป็นสมุนไพรควบคุมเข้มข้นที่ใช้กับทางการแพทย์ แต่ในอนาคตมันก็คือยาเสพติด - อ่านแถลงรมว.สธ. Back to top
ประธานสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หนุนยกเลิก กัญชาเสรี ดันท่องเที่ยว
กรุงเทพธุรกิจ - ประธานสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หนุนยกเลิก กัญชาเสรี และอนุญาตให้ใช้เพื่อทางการแพทย์เท่านั้น มองว่าส่งผลดีอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยวไทย กลุ่มนักท่องเที่ยวเอเซีย ออสเตรเลีย ไม่เอากัญชาอยู่แล้ว หลายประเทศ ถูกสุ่มตรวจปัสสาวะเมื่อกลับประเทศ ตลาดนักท่องเที่ยวที่สนใจกัญชาส่วนใหญ่เป็นยุโรป ซึ่งไม่มากนัก อ่านข่าวทั้งหมด
Back to top
เครือข่ายแพทย์-นวก.-ปชช.ต้านยาเสพติด แถลงการณ์คำถาม-คำตอบ ควรนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่
Hfocus - เครือข่ายแพทย์-นวก.-ปชช.ต้านยาเสพติด แนบ 64 ชื่อ แถลงการณ์คำถาม-คำตอบ ควรนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ โดยประเด็นคำถามสำคัญและน่าสนใจยิ่ง อาทิ
• นโยบายกัญชาเสรีก่อให้เกิดปัญหาจริงหรือไม่ ผู้สนับสนุ
• นโยบายกัญชาเสรีมักอ้างว่าทำเพื่อให้สามารถประโยชน์จากกัญชาในทางการแพทย์
• หากนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดแล้วจะไม่สามารถใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ได้
• การแก้ปัญหานโยบายกัญชาเสรีควรดำเนินการด้วยการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือ ดำเนินการด้วยการออกฏหมายกัญชามาควบคุม
• การนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดจะทำให้ผู้ประกอบการเสียหายหรือไม่ ต้องชดเชยหรือไม่
อ่านคำตอบได้ที่ HfocusBack to top
ผู้ประกอบการร้านกัญชา ถนนข้าวสาร ยอมรับว่ามีผลกระทบ


ThaiPBS ผู้ประกอบการร้านกัญชา ที่ถนนข้าวสาร ยอมรับว่า ปรับตัวไม่ทันกับประกาศฉบับใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข
ผู้ประกอบการ รายหนึ่งที่ถนนข้าวสาร กล่าวว่า ประกาศฉบับใหม่มีผลกระทบโดยตรง เพราะว่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ อีกทั้งกระบวนต่างๆ ยุ่งยากเกินไปหรือไม่ ในการทำใบ(อนุญาต) ต่างๆ ทำให้ยังหาทางออกไม่ได้ เข้าใจว่าเป็นการปรับตัว แต่เนื่องจากระยะห่างมันสั้นเกินไป หลายร้าน (ทุกร้าน) จึงปรับตัวไม่ทัน
นอกจาก ประเด็นการยื่นเรื่องขออนุญาตที่ซับซ้อนแล้ว ที่ผ่านมาหลายร้านได้ทำการขออนุญาตอย่างถูกต้อง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฏกระทรวงฉบับใหม่ ก็ต้องยื่นขอกันอีกครั้ง ปัจจุบันมีร้านค้าจำนวนมาก การที่ผู้ซื้อจะต้องมีใบรับรองแพทย์ ยิ่งจะส่งผลให้ลูกค้าลดลง จึงมีข้อเสนอว่า ควรทบทวนกฏหมายให้ครอบคลุม โดยผ่านการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เพราะกัญชาเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล คลิปข่าวThaiPBSBack to top
แถลงการณ์เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย


25 มิถุนายน 2568 เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ออกแถลงการณ์ เนื้อหาดังนี้
จากกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขีดเส้น 45 วัน นำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติดหลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล การดำเนินการของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เดินอยู่บนเส้นทางของข้อเท็จจริงหรือฉวยจังหวะแก้แค้นพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขใช้การเอาชนะทางการเมืองมากำหนดสถานะของพืชสมุนไพรกัญชา จะทำให้ทุกอย่างเบี่ยงเบนจากเส้นทางที่ถูกต้อง
สมศักดิ์ เทพสุทิน มีความพยายามอย่างหนักก่อนหน้านี้ในการนำกัญชากลับสู่ยาเสพติด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น สมศักดิ์ เทพสุทินก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยเรื่องกัญชา ที่พยายามพูดกับประชาชนว่ากัญชาอันตรายร้ายแรง แต่ตัวเองกลับเมินเฉยไม่มีมาตราการใดออกมาเลยแม้สักนิดเดียว แต่พอพรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน กลับมาพูดประโยคเดิมอีกครั้งคือกัญชาอันตราย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมากมาย เพื่อเป้าหมายเดียวคือนำกัญชากลับสู่ยาเสพติดอีกครั้ง
ทันทีที่พรรคภูมิใจไทยลาออกจากรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน ดำเนินกิจกรรมสองประการคือการออกประกาศกระทรวงฉบับใหม่และปล่อยขบวนตรวจจับกัญชา เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่ดำเนินการใด ทั้งนี้โดยข้อเท็จจริงแล้วตอนนี้การใช้กัญชามีน้อยมากจนร้านจำนวนมากทยอยปิด แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกลับเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง กระพือข้อมูลเพื่อสนองเป้าหมายสุดท้ายคือ นำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติด ฉะนั้นในขณะนี้พืชกัญชากำลังถูกกลเกมส์ทางการเมืองควบคุมและเมื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้การเมืองมากำหนดนโยบายมาตรการต่างๆจะผิดพลาดและเอื้อประโยชน์แก่บางกลุ่ม
พิจารณาได้จากประกาศกระทรวงล่าสุดที่รัฐมนตรีเพิ่งลงนามไปนั้นมีมาตรการคุ้มครองที่อ่อนด้อยกว่าเดิมแต่กลับเพิ่มเงื่อนไขการผูกขาดโดยผู้เชี่ยวชาญเข้าไปแทนที่การคุ้มครองแบบเดิม กล่าวคือ ประกาศเดิมห้ามจำหน่ายแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า20ปีและห้ามจำหน่ายแก่นักเรียน ถูกตัดทิ้งไป มาตรการใหม่ที่มาแทนระบุว่า ผู้ที่ซื้อได้จะต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ มาตรการใหม่นี้มีจุดอ่อนตรงที่หากนักเรียนหาใบอนุญาตมาได้ก็สามารถซื้อกัญชาได้ แน่นอนที่สุดว่าใบรับรองจากแพทย์นั้นซื้อหากันได้ เมื่อเราพิจารณาจะพบว่าสิ่งที่สมศักดิ์ ประกาศว่าประชาชนเดือดร้อนจะต้องแก้ปัญหาแต่กลับออกมาตรการที่หละหลวมกว่าเดิม และเป็นการมอบอำนาจการใช้สมุนไพรต้นหนึ่งของประชาชนไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญที่รังเกียจกัญชา พฤติกรรมของรัฐมนตรีทั้งหมดจึงเป็นความพยายามปั้นแต่งสถานการณ์ทั้งมวลเพื่อให้เข้าทางของตนเอง
เหตุที่สมศักดิ์ เทพสุทินตัดมาตรการห้ามขายแก่นักเรียนและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า20ปีออกไป เป็นการแสดงให้เห็นว่าสมศักดิ์ เทพสุทินไม่ได้ห่วงเยาวชนแต่อย่างใด และการมอบอำนาจการวินิจฉัยว่าผู้ใดจะใช้กัญชาได้บ้างให้อยู่ในมือผู้เชี่ยวชาญเป็นการนำหลักการการผูกขาดด้วยผู้เชี่ยวชาญเข้ามาใช้ เพราะเป็นหลักการที่คิดว่าประชาชนยอมรับ แต่เป้าหมายที่แท้จริงของ สมศักดิ์ เทพสุทินคือ แสดงให้สังคมเห็นว่าตนเองหนุนกัญชาทางการแพทย์ เมื่อได้รับเสียงสนับสนุนก็จะดำเนินมาตรการที่ต้องการคือ การนำกัญชากลับสู่ยาเสพติด
สมศักดิ์ เทพสุทิน ชอบกฎหมายยาเสพติดก็เพราะเมื่อนำกัญชาไปขังไว้แล้ว ก็สามารถออกมาตรการเฉพาะให้กับบุคคลเฉพาะสามารถปลูก แปรรูป จำหน่าย ส่งออกกัญชาได้และนี่คือจุดเริ่มต้นของการผูกขาดกัญชาที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านต่อปี เป้าหมายของสมศักดิ์ เทพสุทิน คือจุดนี้ มิใช่ห่วงใยเยาวชนอย่างที่กล่าวอ้าง การอยากผูกขาดมูลค่ามหาศาลของกัญชาประกอบกับการแก้แค้นทางการเมือง วันนี้สมศักดิ์ เทพสุทิน จึงเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงทุกประการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแห่งตน
เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยมิอาจปล่อยให้นักการเมืองคนหนึ่งใช้กลเกมส์มาเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงของกัญชาเพื่อนำไปสู่การควบคุมเพื่อการผูกขาดภายใต้กฎหมายยาเสพติด จึงขอให้สมศักดิ์ เทพสุทิน ยุติพฤติกรรมนี้เสีย โดยเครือข่ายเขียนอนาคกัญชาไทยขอประกาศภารกิจสำคัญ 2 ประการ
1.ขอแก้ไขประกาศกระทรวงฉบับลงนาม 23 มิถุนายน 2568 โดยขอให้นำหลักการเดิมกลับมาใช้คือ ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงกัญชาได้ภายใต้มาตรการควบคุม ทั้งนี้เพราะ รัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้นำหลักการใหม่มาใช้ในร่างประกาศกระทรวงฉบับใหม่แทนที่คือ ผู้เข้าถึงกัญชาได้จะต้องมีใบผ่านทางโดยการอนุญาตของคนกลุ่มเดียว การมีใบผ่านทางโดยการอนุญาตของผู้ที่ถูกสถาปนาว่าเชี่ยวชาญจะเกิดการทุจริตและการออกใบอนุญาตไม่สะท้อนความเป็นจริงทางการแพทย์แต่อย่างใด และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้
2.ขอให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หยุดเพ้อฝันว่าจะนำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติด สิ่งที่สมศักดิ์ เทพสุทิน ควรจะต้องรีบดำเนินการคือ นำร่าง พ.ร.บ.กัญชา ที่หมอชลน่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธรณสุขคนก่อนจากพรรคเดียวกัน ซึ่งผ่านการรับฟังความเห็นเรียบร้อยแล้วเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ซึ่งสิ่งนี้สมศักดิ์ เทพสุทิน ควรดำเนินการมาตั้งนานแล้ว แต่กลับสร้างวาทกรรมวนเวียนจนรัฐบาลจะสิ้นอายุอีกไม่กี่วัน พ.ร.บ.กัญชาก็ยังไม่เดินหน้า ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน มีเป้าหมายต่อกัญชาเพื่อการใด
เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยขอประกาศเชิญชวนทุกท่าน พร้อมกันที่กระทรวงสาธารณสุขในวันที่7 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 น. เพื่อดำเนินภารกิจทั้ง2ประการและเราตกลงร่วมกันว่าจะมีปฏิบัติการต่อเนื่องจนกว่ารัฐบาลจะเริ่มต้นผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชาและได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา
ประกาศ ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยBack to top
อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เสนอเพิ่มโทษ ใช้ช่อดอกกัญชา ผิดวัตถุประสงค์
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีร้านที่มีใบอนุญาตจำนวน 18,000 แห่งทั่วประเทศ การจำหน่ายที่ผ่านมาเราควบคุมแค่ทำรายงานการจำหน่ายมาให้เรา และมีข้อห้ามจำหน่ายในเด็กและสตรีตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่มีประเด็นเรื่องการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ ที่ผ่านมามีปัญหาเยอะมากในเรื่องของจำนวนร้านกัญชาซึ่งบางแห่งลักลอบจำหน่าย ทั้งผู้ใช้ก็มีเด็กและเยาวชนด้วย จึงเห็นว่าจะต้องควบคุมการใช้กัญชาให้เน้นเฉพาะทางการแพทย์ จึงเป็นเนื้อหาสาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ที่กำหนดทุกร้านจะจำหน่ายให้เฉพาะผู้ที่มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ซึ่งประกาศสามารถดำเนินการได้โดยรมว.สธ.เป็นผู้ลงนาม และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า หลังประกาศมีผลบังคับใช้ จะมีการแก้ไข บทลงโทษร้านไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่า "จะจำหน่ายให้เฉพาะผู้ที่มีใบสั่งแพทย์เท่านั้น" ซึ่งปัจจุบันกำหนดโทษไว้คือ จำคุก 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งกรมฯ จะปรับแก้พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในการเพิ่มโทษให้รุนแรงมากขึ้น เป็นจำคุก 2 ปีปรับ 200,000 บาทเป็นอย่างน้อย ซึ่งได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ... อ่านทั้งหมด HfocusBack to top
เปรียบเทียบกฎหมายกัญชา ร่างเก่า-ร่างใหม่


นายแพทย์สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ เผยแพร่ภาพเปรียบเทียบกฎหมายกัญชาร่างเก่า-ร่างใหม่ และชี้ให้เห็นประเด็นที่แตกต่างในการรับฟังความคิดเห็นในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายน 2568 ใน 3 ประเด็น
1. ผู้ได้รับอนุญาตให้ขายกัญชาต้องขายกัญชากับผู้ได้รับอนุญาตคนอื่นเท่านั้น คือ “ห้ามขายกัญชาให้คนทั่วไปแล้ว” แต่มีข้อยกเว้น คือ สามารถขายกับคนที่มีใบสั่งจ่ายจากแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน หมอพื้นบ้านตามกฎหมาย เภสัช ทันตแพทย์ คือ “ใครจะซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งจ่ายจากกลุ่มแพทย์เท่านั้น”
2. มีแบบฟอร์มของใบสั่งจ่ายตามข้อ 1 และจะมีการกำหนดปริมาณที่จะขายได้ โดยให้ใช้ไม่เกินสามสิบวัน
3. ผู้ที่จะขายกัญชาหรือส่งออกกัญชา จะต้องใช้กัญชาจากแหล่งที่มีการรับรองมาตรฐานโดยกรมการแพทย์แผนไทย
นายแพทย์สมิทธิ์ ระบุว่า "สรุปกฎหมายใหม่นี้ก็ดีกว่าเดิมละครับ แต่ผมก็ยังยืนยันว่ากฎหมายตัวต้นของอันนี้มันควบคุมการเสพกัญชาเพื่อนันทนาการได้ยาก เพราะเวลาจะลงโทษก็ต้องผ่านเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมันทำให้ขั้นตอนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เห็นว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมามีการขายกัญชาแบบไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการขายให้เด็กและวัยรุ่นเพื่อนันทนาการ หรือส่งออกต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แล้วสุดท้ายประกาศนี้ก็อาจไม่สามารถห้ามเรื่องดังกล่าวได้ ถึงแม้จะควบคุมมากขึ้นแล้ว ดังนั้นหากจะแก้ปัญหากัญชาที่แพร่หลายกับเด็กและเยาวชน ก็ต้องเอากลับไปเข้าบัญชียาเสพติดก่อน ซึ่งจริงๆ ทางท่านสมศักดิ์ได้เคยลงนามประกาศที่เอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติดแล้วตั้งแต่กลางปี 2567 และถึงขั้นส่งต่อคณะกรรมการ ปปส. จนเหมือนจะกำหนดแล้วว่ากัญชาจะกลับเป็นยาเสพติดตอนต้นปี 2568" Back to top
ข้อมูลนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมแสดงความรู้สึกได้นะครับ
บทความนี้มีประโยชน์กับคุณอย่างไร? ร่วมให้คะแนนได้ที่นี่
★★★★★
คลิกที่ดาวเพื่อลงคะแนน
คะแนนเฉลี่ย: ⭐ 5 / 5 (จากผู้โหวต 1 คน)