ข่าวสุขภาพ
ค้นหา รพ.-คลินิก-ร้านยาทั่วไทย ร้านยาคุณภาพ บริการสุขภาพ คลินิกเอกชน งาน รพ.
บริการวัคซีนโควิด บริการตรวจโควิด
ตำแหน่งงาน
ข่าวสุขภาพทั่วไป ข่าวธุรกิจสุขภาพไทย ข่าว/กิจกรรม/สาระ รพ.ต่างๆ ข้อมูลบริการ รพ.ต่างๆ สิทธิสุขภาพชาวไทย สาระความรู้สุขภาพ ท่องเที่ยวสุขภาพ กิจกรรม ESG CSR กิจกรรม Event Health Economy ข่าวธุรกิจสุขภาพรอบโลก บริจาค
น่าสนใจไทยแลนด์
English
About us เผยแพร่เนื้อหา สถิติเว็บไซต์ สำรวจความเห็นสุขภาพ โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

ลำไส้แปรปรวน กับอาการ ท้องผูก ท้องเสีย ต่างกันอย่างไร

ลำไส้แปรปรวน กับอาการ ท้องผูก ท้องเสีย ต่างกันอย่างไร Thumb HealthServ.net
ลำไส้แปรปรวน กับอาการ ท้องผูก ท้องเสีย ต่างกันอย่างไร ThumbMobile HealthServ.net

ลำไส้แปรปรวน กับอาการ ท้องผูก ท้องเสีย ต่างกันอย่างไร

ลำไส้แปรปรวน กับอาการ ท้องผูก ท้องเสีย ต่างกันอย่างไร HealthServ
โรคลำไส้แปรปรวน ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่เป็นโรคที่สร้างความรำคาญใจต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งมักจะมีอาการคล้ายกับอาการท้องเสีย ท้องผูก ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับอาการท้องเสีย และท้องผูกกันก่อน

 
อาการท้องเสีย มักจะมีอาการถ่ายเหลว หรืออุจจาระเป็นน้ำ หรืออาจมีมูกเลือดปน เมื่อมีอาการท้องเสีย ควรดื่มเกลือแร่เพื่อชดเชยอาการขาดน้ำ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่ไม่สุก และพักผ่อนให้เพียงพอ
 
ส่วนอาการท้องผูกนั้น คือ อาการถ่ายอุจจาระยาก ถ่ายแข็ง ต้องออกแรงเบ่งมาก ๆ หรือนาน ๆ
 
โดยสาเหตุที่สำคัญคือ การดื่มน้ำน้อย หรือการกินอาหารที่มีกากใยน้อย การป้องกันอาการท้องผูก คือ ควรกินอาหารที่มีกากใยให้มาก ๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาการท้องผูก หรือท้องเสีย จะไม่ใช่อาการเรื้อรัง มักจะมีอาการไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่หากเป็นลำไส้แปรปรวนมักจะเป็นเรื้อรัง และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
 
 
สาเหตุของลำไส้แปรปรวนยังไม่แน่ชัด แต่อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของแบคทีเรียหรือปริมาณแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร รวมถึงความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการลำไส้แปรปรวนได้
 

อาการเด่นของโรค คือ “ปวดท้อง” ร่วมกับการมีอาการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องผูก หรือท้องเสีย หรืออย่างใดอย่างหนึ่งสลับกัน โดยอาการปวดท้องมักจะดีขึ้นเมื่อได้ขับถ่าย และมักจะมีอาการเรื้อรังนานเกิน
6 เดือน
 

การรักษาโรคลำไส้แปรปรวน
  • รักษาโดยการปรับพฤติกรรม และใช้ยารักษาตามอาการที่เป็น เช่น หากมีอาการท้องเสีย ก็กินยาแก้ท้องเสีย แต่หากมีอาการท้องผูก ก็กินยาแก้ท้องผูกโดยต้องปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร
  • หลีกเลี่ยงความเครียด
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 
ข่าว/บทความล่าสุด
เนื้อหาอ่านล่าสุด