พบว่าหากผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะเป็นโรค OSA จะเพิ่มอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงานได้สูงขึ้น สมาคมอุรเวชช์ฯ จึงขอเสนอให้มีข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับผู้ขอรับอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ
Obstructive sleep apnea (OSA) หรือ โรคหยุดหายใจขณะหลับเหตุอุดกั้น เกิดจากมีการอุดกั้นของทางเดินอากาศส่วนบนเป็นครั้งคราวในระหว่างการนอนหลับ ส่งผลให้เกิดการลดลงหรือการหยุดไหลของอากาศเข้าสู่ปอด ตามมาด้วยภาวะพร่องออกซิเจน ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง และภาวะการตื่นของสมองระหว่างนอน สามารถพบโรคนี้ได้สูงถึงร้อยละ 11.4 ในประชากรไทย (Neruntarat C, Chantapant S. Prevalence of sleep apnea in HRH Princess Maha Chakri Srinthorn Medical Center, Thailand. Sleep Breath 2011; 15:641-8) อาการของโรคนี้ที่สำคัญคือ ในเวลากลางวันจะง่วงนอนมาก มีสมาธิในการทำงานลดลง และการตัดสินใจในเหตุการณ์สำคัญผิดพลาดได้ง่าย (Gurubhagavatula I, Tan M, Jobanputra AM. OSA in professional transport operations: safety, regulatory, and economic impact. Chest 2020; 158: 2172-83)
ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะโดยเฉพาะในกิจการขนส่งมวลชน มีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของทั้งผู้โดยสารและประชาชนรอบข้าง พบว่าหากผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะเป็นโรค OSA จะเพิ่มอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงานได้สูงขึ้น สมาคมอุรเวชช์ฯ จึงขอเสนอให้มีข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับผู้ขอรับอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์สาธารณะดังนี้
2. ในกรณีแพทย์พบมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค OSA ในระดับปานกลางถึงรุนแรง ให้ทำการส่งต่อให้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการหายใจผิดปกติขณะนอนหลับ (sleep-disordered breathing) เพื่อทำการตรวจการนอนหลับตามมาตรฐานเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค OSA