Home : ความรู้สุขภาพ

โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า

โรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า
Date: 11/06/2563 View: 1,681

 ไวรัสโรต้าคืออะไร ? (Rota  virus)     

         โรต้าเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ที่ติดต่อได้ง่าย เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในเด็กและผู้ใหญ่ ไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้มีอาการท้องเสียรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากการขาดน้ำและเกลือแร่ สุขอนามัยก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าได้ 

ติดเชื้อไวรัสโรต้าได้อย่างไร ?

         การติดเชื้อไวรัสชนิดนี้เกิดจากการรับประทานสิ่งที่มีไวรัสปนเปื้อนเข้าทางปาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อาหารและสิ่งของ โดยไวรัสชนิดนี้อาจติดอยู่ตามสิ่งของ หรือมือที่เปื้อนเชื้อไวรัสเข้าปาก ก็สามารถติดเชื้อได้ จากนั้นเชื้อไวรัสเดินทางไปตามระบบทางเดินอาหาร คือ กระเพาะอาหาร และลำไส้ ทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ทำให้เกิดอาการอักเสบติดเชื้อขึ้น

เมื่อติดเชื้อไวรัสโรต้าแล้วจะแสดงอาการอย่างไร ?

           หลังได้รับเชื้อ 1-2 วัน  จะเริ่มอาเจียน มีไข้ (ไข้อาจสูงถึง 39 องศาเซลเซียส)และบางรายอาจเกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจ คือ มีน้ำมูกไหล ไอ คอแดง ร่วมด้วย ต่อมาจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำอาจมากถึง 10 - 20 ครั้งต่อวัน ส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายใน 3 5 วัน ส่วนน้อยจะมีอาการท้องเสียยืดเยื้อเรื้อรังนาน 9 วันถึง 3 สัปดาห์ได้ หากอาการท้องเสียเกิดขึ้นเป็นเวลานานหรือมีอาการรุนแรงจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ที่สำคัญ ซึ่งจะขาดได้ในปริมาณที่มากกว่าการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆอีกหลายชนิด เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ดังนั้นหากมีอาการรุนแรงควรรีบพามาพบแพทย์และจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยด่วน

ทราบได้อย่างไรว่าอาการท้องเสียเกิดจากไวรัสโรต้า ?

         แพทย์วินิจฉัยโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า ได้จากประวัติ อาการและฤดูกาลที่เป็น ร่วมกับการตรวจพบเชื้อไวรัสโรต้าในอุจจาระ (Rotavirus Ag in Stool = positive)

ถ้าติดเชื้อไวรัสโรต้าแล้วควรได้รับการรักษาอย่างไร ?

          เนื่องจากไม่มียาต้านไวรัสชนิดนี้โดยตรง การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ คือ ถ้าอาการไม่รุนแรงก็สามารถรับประทานยาที่บ้านได้ โดยดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชยส่วนที่สูญเสียไปจากการถ่ายอุจจาระและอาเจียน รับประทานยาแก้อาเจียนถ้ามีอาเจียนบ่อย แต่หากมีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ตาโหล ซึมลง ตัวเย็น ไข้สูง ชัก หายใจหอบเหนื่อย ปัสสาวะออกน้อยหรืออาเจียนมากรับประทานไม่ได้ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยด่วน

เราจะสามารถปกป้องจากเชื้อไวรัสโรต้าได้อย่างไร ?

           - วิธีป้องกันโรคอุจจาระร่วงเบื้องต้น คือ การรักษาสุขอนามัย การดูแลความสะอาดของอาหารน้ำดื่ม และล้างมืออย่างถูกต้อง

  - ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขลักษณะ หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระให้ถูกต้องด้วย หากพบผู้ป่วยต้องรีบป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังคนอื่นแนะนำให้รีบไปพบแพทย์และหยุดรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ

สัญญาณเตือน ที่ไม่ควรปล่อยไว้ ควรพบแพทย์

·       มีอาการอาเจียนมาก / ถ่ายมากผิดปกติ
·       ซึม ไม่มีแรง มือเท้าเย็น
·       ปัสสาวะสีเข้ม ปัสสาวะน้อย หรือไม่ปัสสาวะเลยเกิน 6 ชม.
·       ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ในเด็กจะมีกระหม่อมบุ๋ม


ไวรัสโรต้า เป็นไวรัสที่มีความทนทานต่อภาวะแวดล้อมได้ดี ติดต่อได้ง่าย การรักษายังไม่มีวิธีที่รักษาจำเพาะ เป็นการรักษาทั่วไปตามอาการเท่านั้น การป้องกันด้วยการให้วัคซีนชนิดรับประทานยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด


นพ.ภูษิต วชิรกิติกุล อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร

ประจำโรงพยาบาลวิภาวดี

 


แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร
โปรแกรมตรวจสุขภาพ..ก่อนมีบุตร...
ราคา 4,900
สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com