ข่าวสุขภาพ
ค้นหา รพ.-คลินิก-ร้านยาทั่วไทย ร้านยาคุณภาพ บริการสุขภาพ คลินิกเอกชน งาน รพ.
บริการวัคซีนโควิด บริการตรวจโควิด
ตำแหน่งงาน
ข่าวสุขภาพทั่วไป ข่าวธุรกิจสุขภาพไทย ข่าว/กิจกรรม/สาระ รพ.ต่างๆ ข้อมูลบริการ รพ.ต่างๆ สิทธิสุขภาพชาวไทย สาระความรู้สุขภาพ ท่องเที่ยวสุขภาพ กิจกรรม ESG CSR กิจกรรม Event Health Economy ข่าวธุรกิจสุขภาพรอบโลก บริจาค
น่าสนใจไทยแลนด์
English
About us เผยแพร่เนื้อหา สถิติเว็บไซต์ สำรวจความเห็นสุขภาพ โฆษณา
healthserv.net@gmail.com

มีกลิ่นปาก ต้องหาสาเหตุ แล้วแก้ที่เหตุ

เกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ 2 ประเภท คือ สาเหตุจากในช่องปาก และสาเหตุภายนอกช่องปาก

เกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ 2 ประเภท คือ สาเหตุจากในช่องปาก และสาเหตุภายนอกช่องปาก
 
สาเหตุภายนอกช่องปาก
หลักๆ มาจากการกินอาหาร  การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • อาหาร โดยเฉพาะอาหารไทยของเรา เครื่องปรุง สมุนไพร และพืช หลายชนิดล้วนมีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม สะตอ เครื่องเทศ รวมถึงรูปแบบและการปรุงอาหาร เช่น เครื่องแกง กะปิ น้ำปลา ปลาร้า เหล่านี้ คือที่มาของกลิ่น แต่กลิ่นจากอาหารเหล่านี้ จะเป็นเพียงชั่วคราว 
  • การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ทำให้เกิดกลิ่นปากอย่างแน่นอน 

ทางแก้  ก็คือ
  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น หอม กระเทียม เครื่องเทศ
  • การกินผักสดและผลไม้ที่มีกากใยอาหาร เป็นการช่วยทำความสะอาดฟัน
  • ทำความสะอาดฟันทุกครั้งหลังทานอาหาร หรือใช้อุปกรณ์เสริมอย่างเส้นใยขัดฟัน ก็จะช่วยได้
 
 
สาเหตุจากในช่องปาก
เหตุจากภายในช่องปาก เป็นเหตุหลักของปัญหากลิ่นปากมากกว่า 80% เป็นอาการต่อเนื่อง และมีโอกาสรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นกับสาเหตุ ได้แก่
 
1. คนไข้สภาวะฟันผุ มีแผลในช่องปาก เป็นโรคเหงือกอักเสบ หรือรำมะนาด หรือมีคราบหินปูน 
2. คนไข้มีสภาวะปากแห่ง น้ำลายน้อย ทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดแผลใสช่องปากได้
3. กลุ่มคนที่ใส่เครื่องมือภายในปาก เช่น เครื่องมือจัดฟัน ฟันปลอม หากดูแลความสะอาดไม่ดี ก็อาจเกิดกลิ่นได้เช่นกัน
4. โรคระบบทางเดินหายใจ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่น โรคไซนัสอักเสบ โรคทอนซิลอักเสบ โรคมะเร็งโพรงกระดูก กรดไหลย้อน โรคปอดเรื้อรัง วัณโรค มะเร็งปอด เบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ดี
 
 
แนวทางการรักษา
รักษาตามเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่น
• หากมีฟันผุ มีแผลในช่องปาก ควรพบทันตแพทย์ เพื่ออุด รักษา 
• หากมีหินปูน ต้องขูดหินปูน 
• การดูแลสุขอนามัยช่องปากโดยเน้นการทำความสะอาดฟันและลิ้นรวมถึงการกำจัดและรักษาปัญหาพยาธิสภาพในช่องปาก เช่น ฟันผุ วัสดุอุดฟันสภาพไม่ดี เหงือกอักเสบ เป็นต้น
• การใส่ฟันปลอม หรือ retainer หรืออื่นๆ ต้องดูแลดีๆ ถอดและทำความสะอาด 
•  การดื่มน้ำเปล่าอย่างพอเพียง และการดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม ไม่เครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ
• การทานลูกอม เป็นการช่วยได้ชั่วคราว เน้นว่าไม่ควรเป็นลูกอมที่มีน้ำตาล
 
 
มีกลิ่นปาก ต้องหาสาเหตุ แล้วแก้ที่เหตุ HealthServ
ข่าว/บทความล่าสุด
เนื้อหาอ่านล่าสุด