การขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไร หน่วยงานใด ใครขอได้บ้าง

Mar 26, 2021 145,165

กัญชากำลังอยู่ในความสนใจและมีความต้องการขออนุญาตปลูกกัญชากันมาก ในบทความนี้จะกล่าวถึงว่าขั้นตอนการขออนุญาตปลูกกัญชาที่กำหนดโดยกองควบคุมวัตถุเสพติด - สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562) กำหนดดังนี้

การขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไร หน่วยงานใด ใครขอได้บ้าง  (กัญชาทางการแพทย์ ) Healthserv.net Img1 size: 800x389 px
การขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไร หน่วยงานใด ใครขอได้บ้าง  (กัญชาทางการแพทย์ ) Healthserv.net Img2 size: 800x1686 px

อยากปลูกกัญชาต้องทำอย่างไร?

  • รวมตัวจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนในกิจการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อปลูกกัญชาโดยเฉพาะตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป
  • ยื่นจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่
  • วิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนร่วมกับหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา สถาบันการแพทย์
  • ยื่นขออนุญาตผลิต (ปลูก) ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
  • เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว นำใบอนุญาตยื่นขอเพิ่มกิจการวิสาหกิจชุมชน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่วิสาหกิจชุมชนจดทะเบียน 
    ** รู้หรือไม่ มีวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาแล้วกว่า 150 แห่ง ทั่วประเทศ คลิกไปดูรายชื่อ**
  • ใช้เวลาประมาณ 7-15 วัน

ขั้นตอนการยื่นของอนุญาตปลูกกัญชา

  1. ยื่นเอกสารหลักฐาน ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  2. ตรวจประเมินสถานที่ขออนุญาตปลูกกัญชา
  3. เข้าประชุมคณะกรรมการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็น (กรณีพื้นที่ปลูกตั้งอยู่ต่างจังหวัด)
  4. เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรอง
  5. เข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสผติดให้โทษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  6. ออกใบอนุญาต

หน้าที่ของผู้ได้รับอนุญาต

  • จัดให้มีการเก็บกัญชาเป็นสัดส่วน จากยาหรือวัตถุอื่นๆ และเก็บในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรง ที่มีสภาพเท่าเทียมกัน
  • จัดให้มีการทำบัญชีรายรับจ่าย  ยาเสพติดให้โทษ และเสนอรายงานต่อ เลขาธิการ อย. เป็นรายเดือน/ปี บัญชีดังกล่าวให้เก็บรักษาไว้และ พร้อมที่จะแสดงเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลา ในขณะเปิดทำการ ทั้งนี้ ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้าย ในบัญชีและรายงานให้เป็นตามแบบ ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • ในกรณีที่กัญชาถูกโจรกรรม สูญหายหรือถูกทำลาย ต้องแจ้งเป็นหนังสือ ให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า 
  • ปฏิบัติการอื่นๆ  ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 
กองควบคุมวัตถุเสพติด - สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ผู้ขออนุญาตต้องเป็น

  1. หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือสภากาชาดไทย
  2. ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพ การสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
  3. สถาบันอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์
  4. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือสหกรณ์การเกษตรซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 

คุณสมบัติผู้ขออนุญาต

  1. ผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สัญชาติไทย มีที่อยู่ในไทย
  2. ผู้ขออนุญาตต้องจัดเตรียมสถานที่ปลูกให้เหมาะสม เช่น สถานที่มีเลขที่ตั้งชัดเจน มีระบบกล้องวงจรปิด
  3. ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด เช่น แผนการปลูก แผนที่สถานที่ปลูก
  4. ยื่นคำขอที่ อย. กระทรวงสาธารณสุข
  5. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุยาเสพติดให้โทษพิจาณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถ โทร สายด่วน อย. 1556 กด 3 ในวัน และเวลาราชการได้
 
รวม แนวทางการปลูก-แปรรูป/สกัด-ผลิต-จำหน่ายกัญชา และกฎระเบียบ-กฏหมายที่เกี่ยวข้อง (จากอย.)
 

เพิ่มเติม

กฎกระทรวงฯ ยังระบุถึงกรณีผู้ป่วยเดินทางและจำเป็นต้องมียาที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ ว่า ต้องเป็นผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องนำยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 เฉพาะกัญชาติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร สำหรับใช้รักษาเฉพาะตัวภายใน 90 วันตาม คำสั่งของแพทย์ ซึ่ง
 
ทั้งหมดต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด 7 ประเภท คือ
  1. เพื่อใช้ทางการแพทย์ในประเทศ
  2. เพื่อการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ทางด้านการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์หรือเภสัชกรรม
  3. เพื่อประโยชน์ทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดและความร่วมมือระหว่างประเทศ
  4. เพื่อการผลิตเพื่อส่งออก
  5. เพื่อการผลิตสำหรับคนไข้เฉพาะรายของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไย การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้าน
  6. เพื่อการผลิตที่ไม่ได้ผ่านการรับรองตำรับเพื่อรักษาโรคกรณีจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย และ
  7. กรณีผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศนำติดตัวเข้ามาในหรือออกนอกประเทศสำหรับใช้รักษาเฉพาะตัวภายใน 90 วัน
สรุป คือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ตัวกฎหมายรองรับเพียงใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ดังนั้น หากจะอนุญาตการปลูก การผลิตแล้ว ยังต้องมีเงื่อนไขต่างๆอีกมาก ซึ่งได้กำหนดไว้ในตัวกฎหมายทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเน้นความปลอดภัย มีมาตรฐาน 

 องค์การเภสัชกรรมได้เปิดตัวโครงการผลิตระยะแรก ในการปลูกกัญชาในโรงเรือนระบบปิด เพื่อควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และการพัฒนาสายพันธุ์ลูกผสมเพื่อนำไปสู่การสกัดน้ำมันกัญชาคุณภาพเพื่อรักษาโรคในแต่ละกลุ่มโรค ทั้งอาการข้างเคียงของผู้ป่วยมะเร็งที่รับคีโม อาการลมชัก อาการปลอกประสาทอักเสบ และปวดเรื้อรัง โดยใช้งบ 10 ล้านบาทเพื่อพัฒนายาสู่เมดิคัล เกรด
 
เรื่องนี้ นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ดอภ.) บอกหลายครั้งว่า ที่ต้องลงทุนและทำในระบบโรงปิด เพื่อให้ได้มาตรฐานเมดิคัล เกรด เพื่อให้ได้สารสกัดที่มีคุณภาพรักษาเฉพาะแต่ละกลุ่มโรค ซึ่งการทำแบบนี้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานตามข้อกฎหมายกำหนด แน่นอนว่า มาตรฐานนี้ได้ผ่านการรับรองจาก อย.แล้ว และไม่ใช่แค่อภ. แต่ยังมีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) ในการขออนุญาตด้วยเช่นกัน

จากผู้เชี่ยวชาญ

ผศ.วิเชียร กีรตินิจกาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกและปรับปรุงพันธุ์พืช องค์การเภสัชกรรม ยังอธิบายว่า พืชทุกชนิดมีคุณสมบัติใจการดูดสารอาหารและโลหะหนักแตกต่างกันกัญชาจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของพืชที่มีคุณสมบัติที่สามารถดูดซับโลหะหนัก 4 ประเภทได้ดี คือตะกั่ว แคทเมียม สารหนู และปรอท ซึ่งจะเห็นว่าก่อนหน้านี้ที่ อภ. นำเอากัญชาของกลางที่เคยคิดว่าจะนำมาสกัดใช้ทางการแพทย์ ไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบปนเปื้อนโลหะหนัก อภ.จึงทำโครงการปลูกกัญชาเพื่อเป็นวัตถุดิบเอง โดยได้ฤกษ์ปลูก “กัญชา” ถูกกฎหมายต้นแรกของไทย และของอาเซียนไปแล้ว ไปเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาบนเนื้อที่ 100 ตารางเมตร ของโรงงานผลิตยารังสิต คลอง 10 ขณะที่ยังเปิดส่วนอื่นๆในการพัฒนาสายพันธุ์ สารสกัดที่เหมาะสม ซึ่งมีการเตรียมพร้อมกันมาก่อนและเมื่อกฎหมายเปิด จึงทำการขออนุญาตตามขั้นตอน
 
การปลูกกัญชาทางการแพทย์ต้องมีความเข้มงวดตามมาตรฐานเมดิคัล เกรด คือ ต้องปลอดสิ่งปลอมปนทุกประเภทและมีปริมาณสารสำคัญสูงในระดับที่คงที่ทุกต้น

ซึ่งปกติมีการปลูกอยู่ 3 แบบ คือ

  1. ปลูกในดิน ไม่ว่าจะเป็นดินแท้หรือดินเทียมก็ตาม
  2. ปลูกแบบไฮโดรโปนิก หรือปลูกให้รากจุ่มน้ำ และ
  3. ปลูกแบบรากลอย (Aeroponics) โดยวิธีที่ 3 เป็นวิธีที่ให้ผลผลิตได้อย่างรวดเร็ว แต่หลายประเทศกังวล อเมริกา แคนาดาก็เคยคิดจะทำ แต่ไม่ได้ทำเพราะมีความเสี่ยงเกิดความเสียหายสูง เนื่องจากต้องควบคุมคุณภาพการปลูกอย่างเข้มงวด พลาดนิดเดียวกัญชาเสียหายหมด แต่อภ.พัฒนาวิธีการแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งถือเป็นความลับไม่สามารถบอกได้
 
สำหรับระบบที่อภ.ทำนั้น จะเป็นโรงเรือนระบบปิด มีการควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมแสง อย่างแสงสีชมพูม่วงที่ เห็นมีการเผยแพร่ออกมานั่นคือแสงแดดเทียม ซึ่งต้องมีการควบคุมความเข้มข้นของแสงให้พอเหมาะกับช่วงอายุของกัญชา เช่น 2 เดือนแรกจะเปิดตลอด 8 ชั่วโมง หลังพ้น 2 เดือนแรกไปแล้วจะเปิดตลอด 12 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อเร่งให้กัญชาออกดอกได้เร็ว ส่วนเมล็ดกลมๆ สีชมพู คือดินเหนียวเผาขยาย ให้ปรุ บางแห่งใช้ดินเหนียวผสมถ่านหินเผาด้วยอุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียส คุณสมบัติของมันคือเป็นตัวยึดต้นกัญชาให้รากลอย และเก็บน้ำ ออกซิเจน รวมถึงสารอาหารต่างๆไว้
 

ยาแผนไทย 16 ตำรับ

ในส่วนของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกที่ร่วมกับทางไบโอเทคนั้น ก็เป็นอีกหน่วยงานที่ได้รับการอนุญาตจาก อย.ในการปลูกและผลิตกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ เบื้องต้นได้ที่การสังเคราะห์ตำรับยาไทยจำนวน 96 ตำรับ ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มที่ คือ
  1. กลุ่ม ก. มี 16 ตัว ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สูตรชัด วิธีการชัดสามารถใช้ได้เลย ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษากลุ่มอาการ ปวด นอนไม่หลับ เป็นต้น
  2. กลุ่ม ข.กลุ่มที่มีสูตรชัด แต่วิธีการปรุงยายังไม่ชัด ต้องศึกษาเพิ่มเติม
  3. กลุ่ม ค. ต้องศึกษาวิจัย และ
  4. กลุ่ม ง. กลุ่มที่ยังติดขัดในข้อกฎหมายอื่นๆ เช่น อนุสัญญาไซเตส เพราะมีการห้ามใช้สมุนไพรบางตัว

โดยกลุ่ม ก.ที่มี 16 ตำรับ ประกอบด้วย

  1. ยาอัคคินีวคณะ จากคัมภีร์ธาตุพระนารายน์ แก้คลื่นเหียน อาเจียน
  2. ยาศุขไสยาศน์ จากคัมภีร์ธาตุพระนารายน์ แก้สรรพโรคทั้งปวงหายสิ้น มีก้าลังกินเข้าได้ หลับสบาย
  3. ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย จากตำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  4. ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ จากตำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  5. ยาแก้ลมขึ้นเบื้องสูง จากตำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  6. ยาไฟอาวุธ จากตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม 1 พระยาพิศณุประสาทเวช
  7. ยาแก้นอนไม่หลับ ยาแก้ไข้ผอมเหลือง จากตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
  8. ยาแก้สัณฑฆาต กล่อนแห้ง จากตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม 2 พระยาพิศณุประสาทเวช แก้ลมเสียดแทง
  9. ยาอัมฤตโอสถ จากตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ เล่ม 2 พระยาพิศณุประสาทเวช
  10. ยาอไภยสาลี จากตำราเวชศึกษา พระยาพิศณุประสาทเวช
  11. ยาแก้ลมแก้เส้น จากตำราเวชศาตร์วัณ์ณณา
  12. ยาแก้โรคจิต จากตำรายาอายุรเวทศึกษา (ขุนนิทเทสสุขกิจ) เล่ม 2
  13. ยาไพสาลี จากตำราอายุรเวทศึกษา (ขุนนิทเทสสุขกิจ) เล่ม 2
  14. ยาทาริดสีดวงทวารหนักและโรคผิวหนัง จากตำราอายุรเวทศึกษา (ขุนนิทเทสสุขกิจ) เล่ม 2
  15. ยาท้าลายพระสุเมรุ จากคัมภีร์แพทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม 2 ขุนโสภิตบรรณลักษณ์ และ
  16. ยาทัพยาธิคุณ จากคัมภีร์แพทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม 2 ขุนโสภิตบรรณลักษณ์
 
อ้างอิง
การขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไร หน่วยงานใด ใครขอได้บ้าง  (กัญชาทางการแพทย์ ) Healthserv.net Img4 size: 777x960 px
การขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไร หน่วยงานใด ใครขอได้บ้าง  (กัญชาทางการแพทย์ ) Healthserv.net Img5 size: 900x1277 px
การขออนุญาตปลูกกัญชา มีขั้นตอนอย่างไร หน่วยงานใด ใครขอได้บ้าง  (กัญชาทางการแพทย์ ) Healthserv.net Img6 size: 886x1280 px
น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์
โรงพยาบาลเพชรบูรณ์
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com