วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine)

Jun 11, 2020 1,190

วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine)

 วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี (Hepatitis B Vaccine)

 โรคตับอักเสบบีคืออะไร

เกิดจากการ ติดเชื้อไวรัสชนิดบี (Hepatitis B virus) สามารถติดต่อทางเลือด และการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ โดยสามารถรับเชื้อได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

•         ทารกของมารดาที่ติดเชื้อขณะคลอด

•         การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อโดยไม่ได้ป้องกัน

•         การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

•         การใช้เข็มสักตามตัวหรือสีที่ใช้สักตามตัวร่วมกัน และการเจาะหู

•         การใช้แปรงสีฟัน มีดโกน ที่ตัดเล็บร่วมกัน

•         การถูกเข็มที่ใช้แล้วตำจากการทำงาน

•         การสัมผัสกับเลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยผ่านเข้าทางบาดแผล

นอกจากนี้ไวรัสตับอักเสบบีทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์ตับและทำให้เซลล์ตับตาย หากเป็นเรื้อรังจะเกิดพังผืด ตับแข็ง และมะเร็งตับได้

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบบี

แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ

•         ระยะเฉียบพลัน

ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการภายใน 1-4 เดือนหลังติดเชื้อ ซึ่งจะมีอาการดังนี้อาการไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง ปวดท้องใต้ชายโครงขวา คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องเสียและอาเจียน อ่อนเพลีย ผื่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง เกิดจากการที่เซลล์ตับถูกทำลายเป็นจำนวนมาก ในกรณีนี้อาจทำให้เกิดภาวะตับวายได้อาการตับอักเสบระยะเฉียบพลันจะดีขึ้นใน 1-4 สัปดาห์ และจะหายเป็นปกติเมื่อร่างกายสามารถกำจัดและควบคุมเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ ซึ่งมักใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน แต่ผู้ป่วยส่วนน้อย (5-10%) ไม่สามารถกำจัดเชื้อออกจากร่างกายได้หมด ทำให้ผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

•         ระยะเรื้อรัง แบ่งผู้ป่วยได้เป็น 2 กลุ่มคือ

◦          พาหะ คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแต่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ ผลการตรวจเลือดพบค่าการทำงานของตับอยู่ในเกณฑ์ปกติ

◦          ตับอักเสบเรื้อรัง คือ ผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย และตรวจเลือดพบค่าการทำงานของตับผิดปกติ

ผู้ป่วยส่วนมากมักไม่มีอาการ บางรายอาจมีอาการอ่อนเพลียหรือเบื่ออาหารได้ การติดเชื้อแบบเรื้อรัง พบบ่อยในเด็กที่ติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิดและยังเป็นอันตรายที่อาจนำไปสู่ ตับแข็ง มะเร็งตับ และเสียชีวิตในที่สุด

ใครควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี

·        เด็กและวัยรุ่น

o   เด็กไทยทุกคน ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี 3 เข็มด้วยกัน

§  เข็มที่ 1    เมื่อแรกเกิด

§  เข็มที่ 2    เมื่ออายุ 1-2 เดือน

§  เข็มที่ 3    เมื่ออายุ 6-18 เดือน

o   ทารกคลอดจากมารดาที่มี HBsAg เป็นบวก (โดยเฉพาะถ้า HBeAg เป็นบวกด้วยพิจารณาให้ HBIG (Hepatitis B Immune Globulin) 0.5 มลภายใน 12 ชมหลังคลอด และให้วัคซีนครั้งที่ 1 พร้อมๆ กันคนละตำแหน่งกับ HBIG วัคซีนครั้งที่ 2 ให้เมื่ออายุ 1-2 เดือน และครั้งที่ 3 เมื่ออายุ 6 เดือน

o   ในกรณีที่ใช้วัคซีนรวมที่มีคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน และวัคซีนตับอักเสบบี สามารถให้ฉีด (หลังจากเข็มแรกเกิดที่อายุ 2, 4, และ 6 เดือนได้

o   ในกรณีเด็กที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปี สามารถฉีดวัคซีนได้ในเดือนที่ 0, 1, 6 ส่วนเด็กที่อายุ ตั้งแต่ 11-15 ปี  อาจฉีดเพียง 2 ครั้ง ในเดือนที่ 0 และเดือนที่ 4-6 โดยใช้วัคซีนขนาด 1.0 มลเท่าผู้ใหญ่    

·        ผู้ใหญ่

o   บุคคลที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนและมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ดังเช่น

§  ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

§  ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน

§  ผู้ที่ฉีดสารเสพติด

§  ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์มากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป

§  ผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง หรือโรคไตเรื้อรัง

§  ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและมีอายุน้อยกว่า 60 ปี

§  บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งต่างๆ

§  บุคคลในครอบครัวติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

§  ผู้ที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของไวรัสตับอักเสบบี

§  ผู้ติดเชื้อเอดส์

o   สตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงก็สามารถฉีดวัคซีนได้

ใครที่ไม่ควรรับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

·        ผู้ที่เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงเป็นอันตรายแก่ชีวิตต่อวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หรือส่วนประกอบของวัคซีน

·        ผู้ที่มีอาการป่วย ควรรอจนกว่าหายเป็นปกติก่อนจึงจะฉีดได้

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์ดังนี้

ถึงแม้อัตราเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรงที่เกิดจากวัคซีนเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ให้เฝ้าระวังอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที

·        มีอาการผิดปกติดังนี้ อาการของการแพ้รุนแรง กล่าวคือ หายไจลำบาก หรือหายใจมีเสียงวีด เสียงแหบ ไข้สูง ผื่น หน้าบวม ปากบวม ตัวซีด หรือ หัวใจเต้นเร็วเป็นต้น
                           

                                   ด้วยความปรารถนาดี  ศูนย์วัคซีนโรงพยาบาลวิภาวดี

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
โรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com