Home : ความรู้สุขภาพ

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ท่านทราบหรือไม่ว่า มีเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี จำนวน 9-16 คนในทุก ๆ 100 คน เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่เรียกว่า Atopic Dermatitis ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 50% ของผู้ป่วยจะมีอาการเห่อครั้งแรกภายในปีแรก และประมาณ 80-90% ของผู้ป่วยจะมีอาการเห่อครั้งแรกภายใน 5 ขวบปีแรก โชคดีที่ความรุนแรงของอาการต่าง ๆ จะดีขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยจะมีอาการของโรคต่อเนื่องจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่ากรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องเด็กที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังประมาณ 50 % มีโอกาสที่จะเป็นโรคหอบหืดต่อไป (โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการของโรครุนแรง ) และประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะเป็นโรคแพ้อากาศร่วมด้วยเมื่อเด็กโตขึ้น
Date: 11/06/2563 View: 737

นพ. ธัญธรรศ  โสเจยยะ  อายุแพทย์โรคผิวหนัง รพ.วิภาวดี

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic  Dermatitis) และอาการของโรค
      ท่านทราบหรือไม่ว่า  มีเด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี จำนวน 9-16 คนในทุก ๆ  100 คน  เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่เรียกว่า  Atopic  Dermatitis ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 50% ของผู้ป่วยจะมีอาการเห่อครั้งแรกภายในปีแรก และประมาณ 80-90% ของผู้ป่วยจะมีอาการเห่อครั้งแรกภายใน  5 ขวบปีแรก  โชคดีที่ความรุนแรงของอาการต่าง ๆ จะดีขึ้นเมื่อเด็กเติบโตขึ้น  อย่างไรก็ตาม  ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยจะมีอาการของโรคต่อเนื่องจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่  สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด  แต่เชื่อว่ากรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องเด็กที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังประมาณ 50 % มีโอกาสที่จะเป็นโรคหอบหืดต่อไป (โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการของโรครุนแรง ) และประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะเป็นโรคแพ้อากาศร่วมด้วยเมื่อเด็กโตขึ้น

      ผื่นของโรคนี้มักจะขึ้นอย่างสมดุลซ้าย - ขวา ในเด็กทารกจะพบผื่นอักเสบบริเวณแก้ม  ลำคอ  บริเวณด้านนอกของแขนและขาทั้ง 2 ข้าง  ในเด็กอายุหลัง 2-3 ขวบขึ้นไป จะพบผื่นอักเสบกระจายบริเวณลำตัวข้อพับแขน  ข้อพับขาทั้ง 2 ข้าง  ส่วนในผู้ใหญ่จะพบผื่นอักเสบบริเวณมือและเท้า  และผื่นมักไม่รุนแรงเท่าในเด็ก

การรักษาและการบรรเทาอาการ
      เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค  รวมทั้งโรคนี้เป็นโรคผิวหนังอักเสบแบบเรื้อรัง  ปัจจุบันจึงยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  แนวทางการรักษาจึงเป็นการรักษาผิวหนังที่อักเสบให้กลับมาเป็นผิวหนังที่ปกติ  และป้องกันการเห่อช้ำของผื่น  ด้วยการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน  เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้งและยิ่งคันใช้สบู่อ่อนๆ  หรือเลือกสบู่ที่มีส่วนผสมของไขมันมากหน่อย  หลังอาบน้ำควรใช้โลชั่นบำรุงผิวทาภายใน 3 นาที  และต้องใช้เป็นประจำ  ส่วนเสื้อผ้าควรเลือกที่ทำจากใยฝ้าย  ไม่ควรใช้ใยสังเคราะห์หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นการเห่อของผื่น  เช่น  ความเครียด  ความร้อนหรือความเย็นมากเกินไป  ไรฝุ่น  อาหารบางชนิด  เช่น นม  ไข่  ถั่วลิสง  หากสังเกตว่าปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผื่นเป็นมากขึ้น

        หากมีอาการของผื่นอย่างรุนแรงอาจใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนาน ๆ  เพราะอาจมีผลข้างเคียง  เช่น  ผิวบาง  ผิวแตกลายงา  หรือมีผลต่อระบบต่างๆ  ในร่างกายได้เมื่อยาถูกดูดซึมเข้าไปมากๆ  เช่นกดการเจริญเติบโตของเด็ก  เมื่ออาการของผื่นทุเลาลง  ควรเปลี่ยนมาใช้ยากลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์  เช่น Calcineurin  Inhibitors แทน  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการผื่นระดับน้อยถึงปานกลางแต่ถ้ามีการติดเชื้อมีตุ่มหนองคราบน้ำเหลือง  ควรรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ  ซึ่งควรให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินใจ  อาจใช้ยาแก้ชนิดรับประทานเพื่อบรรเทาอาการคันร่วมด้วย

การป้องกันการกำเริบของผื่นอักเสบ (เห่อ)  
      ในรายที่เป็นเรื้อรังและมีการเห่อซ้ำบ่อย ๆ อาจทายากลุ่ม Calcineurin  Inhibitors   เมื่อเริ่มมีอาการและอาการแสดงของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังปรากฏขึ้น  เช่น  ผิวหนังแห้งตึงคันยุบ ๆ ยิบๆ มีอาการแสบ ๆ คันๆ ซึ่งจะช่วยหยุดหรือทำให้ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังลามช้าลง  และลดหรือป้องกันการกำเริบของผื่น (อาการเห่อ)  ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการควบคุมโรคระยะยาวดีขึ้น

      ปัจจุบัน  ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่ไม่ใช่ยาทาสเตียรอยด์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม  โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคภูมิแพ้  โรคผิวหนัง  หรือกุมารแพทย์

 

แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์
หมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์
แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย...
ราคา 34,500
สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ "บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด" ร่วมตอบแบบสอบถาม
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ" ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้
ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com