วัคซีนในวัยรุ่น

Oct 29, 2020 391
 วัคซีนในวัยรุ่น
 
การฉีดวัคซีนนั้นหลายคนอาจจะเข้าใจว่ามีเฉพาะในเด็กเล็ก แต่ในความเป็นจริงแล้ววัยรุ่นก็เป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อหลายชนิดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยที่รุนแรง หรือเสียชีวิตได้ รวมทั้งอาจทำให้เกิดการระบาดตามมา ในที่นี้จะขอแนะนำวัคซีนสำคัญสำหรับวัยรุ่น ดังนี้
 
 
วัคซีนเอชพีวี (Human papillomavirus vaccine, HPV) ผู้ชายฉีดได้หรือไม่?
วัคซีนเอชพีวีเป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมาที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และโรคหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนนี้ในวัยรุ่นทั้งหญิงและชายที่อายุ 9-26 ปี ขณะนี้ในประเทศไทยมีวัคซีนให้เลือกใช้ 2 ชนิด คือ ชนิด 2 สายพันธุ์ (สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ 16, 18) ใช้ได้เฉพาะในผู้หญิงและชนิด 4 สายพันธุ์ (สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ 16, 18 และป้องกันหูดหงอนไก่ที่เกิดจากเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ 6, 11) ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย โดยจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม เข็มที่ 1 ฉีดทันที, เข็มที่ 2 ฉีดหลังจากเข็มแรก 1-2 เดือนและเข็มที่ 3 ฉีดหลังจากเข็มแรก 6 เดือน แนะนำให้ฉีดในหญิงและชายที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ อายุ 9 ถึง 26 ปี จะได้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีสูงที่สุด โดยเน้นให้ฉีดช่วงอายุ 11-12 ปี ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของกระทรวงสาธารณสุขจะให้ฉีดในเด็กผู้หญิงชั้นป.5 โดยหากฉีดเข็มแรกก่อนอายุ 15 ปี สามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน
 
 
วัคซีนโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ (Tetanus-diphtheria-acellular pertussis, Tdap) หรือโรคคอตีบ-บาดทะยัก (Tetanus-diphtheria, Td) เคยฉีดตอนเป็นเด็กแล้วต้องฉีดอีกหรือไม่? 
วัคซีนโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนเป็นวัคซีนที่เด็กๆ จะได้รับตั้งแต่อายุ 2 เดือนจนถึง 6 ปี มาแล้ว 5 เข็ม ในวัยรุ่นพบว่ามีอัตราการเกิดโรคไอกรนสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลของการลดลงของภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนตั้งแต่ในวัยเด็ก ดังนั้นการให้วัคซีนป้องกันโรคไอกรนในวัยรุ่นเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อโรคเพียงพอ และลดการแพร่เชื้อสู่เด็กเล็กซึ่งเมื่อป่วยเป็นโรคจะมีอัตราตายสูง โดยต้องมีการกระตุ้นซ้ำเมื่ออายุ 11-12 ปี โดยให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรนชนิดไร้เซลล์ชนิดสูตรสำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่ (Tdap) ในวัยรุ่น 1 ครั้งแทนการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก (Td) หลังจากนั้นควรจะได้รับการฉีด วัคซีน Td กระตุ้นทุก 10 ปีและแนะนำให้วัคซีน Tdap ในหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 27-36 สัปดาห์ ทุกๆการตั้งครรภ์เพื่อให้ภูมิคุ้มกันผ่านรกไปสู่บุตรป้องกันการติดเชื้อไอกรนในทารก
 
 
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) ต้องฉีดทุกปีไหม?
โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซ่า เชื้อสามารถแพร่กระจายจากผู้ที่ติดเชื้อไปยังผู้อื่นได้ผ่านทางละอองฝอยจากการไอจามรดกัน ทําให้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจในบางรายจะมีอาการรุนแรงและจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาภายในโรงพยาบาล ดังนั้นการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนจึงมีความสำคัญ โดยปัจจุบันวัคซีนมีทั้งชนิด 3 สายพันธุ์และ 4 สายพันธุ์โดยในเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไปสามารถเลือกฉีดได้ปีละ 1 ครั้งเพราะแต่ละปีสายพันธุ์จะเปลี่ยนไป โดยฉีดได้ตลอดทั้งปี จะเลือกใช้สายพันธุ์ขั้วโลกเหนือหรือใต้ก็ได้ แต่แนะนำให้ฉีดในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนเนื่องจากพบการระบาดได้มากกว่า 
 
 
วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella vaccine) ถ้าเคยเป็นแล้วต้องฉีดหรือไม่?
โรคอีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา (VZV) ซึ่งสามารถติดต่อ และแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้อย่างรวดเร็ว สามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดบวม จนถึงเสียชีวิตได้ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และมักมีอาการรุนแรงในวัยรุ่น โดยเฉพาะถ้าเป็นในระหว่างการตั้งครรภ์ก็จะมีโอกาสก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดในทารกได้ ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการให้วัคซีน 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 3 เดือนหลังจากเข็มแรกสำหรับผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 13 ปี และห่างกันอย่างน้อย 1 เดือนหลังจากเข็มแรกสำหรับผู้ที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป สำหรับผู้ที่เคยเป็นโรคนี้แล้วไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นอีกเพราะจะมีภูมิคุ้มกันโรคได้ตลอดชีวิต
 
 
วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (Measles – Mumps – Rubella Vaccine, MMR) สำคัญอย่างไรในหญิงตั้งครรภ์?
โรคหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม  สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ง่าย ปัจจุบันพบการระบาดของโรคหัดมากขึ้นในประเทศไทยเนื่องจากมีผู้ละเลยไม่รับวัคซีน ในขณะที่วัยรุ่นเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ หากหญิงตั้งครรภ์ได้รับเชื้อโรคหัดเยอรมันทารกที่เกิดมาอาจพบความพิการแต่กำเนิด ได้แก่ อาการหูหนวก ต้อกระจก หัวใจพิการ รวมทั้งความผิดปกติของระบบประสาทรวมถึงสติปัญญาด้วยได้ โดยวัคซีนนี้อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับเด็กของกระทรวงสาธารณสุข ในวัยรุ่นที่ไม่เคยได้รับวัคซีนควรได้รับการฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ แต่หากเคยได้รับมาแล้ว 1 เข็มควรฉีดเพิ่มอีก 1 เข็ม

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย

 
 
แชร์ต่อทางไลน์/ทวิต/เฟซ/whatsApp/อีเมล์

น่าสนใจในหมวดเดียวกัน ทั้งหมด

ทั้งหมด

แพคเกจ/โปรโมชั่นสุขภาพ

โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่
โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั
โรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
เพิ่มเพื่อน @healthserv

https://lin.ee/WSunSYA

โปรดเข้าใจว่า HealthServ.net ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพด้านแพทย์ใดๆ จึงไม่สามารถให้คำปรึกษาในด้านการแพทย์ การรักษาใดๆ ได้ในทุกๆ กรณี - HealthServ.net เป็นสื่อที่เสนอเนื้อหาด้านสุขภาพ ได้แก่ บทความ ข่าวสาร รวมถึง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแพคเกจ/บริการจาก รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการต่างๆ ในประเทศไทย เท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบริการ-ราคา-เงื่อนไข-วิธีการบริการ โปรดสอบถามไปยังรพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการนั้นๆ โดยตรง (ในส่วนของ รพ./สถานพยาบาล/ผู้ให้บริการ นั้น HealthServ ช่วยได้ในแง่ของข้อมูลติดต่อ สถานที่ตั้ง หรืออื่นๆ ที่เป็นข้อมูลทั่วไป)

สำรวจความต้องการบริการสุขภาพของคนไทย ภายใต้เงื่อนไขเรื่องงบประมาณ

"บริการสุขภาพใดที่ท่านต้องการเพื่อตัวเองและครอบครัวมากที่สุด"

ร่วมตอบแบบสอบถาม
 
Disclaimer "ข้อจำกัดความรับผิดชอบ"

ข้อมูลที่เผยแพร่บนหน้านี้โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ "วันที่ เวลา รายละเอียด ราคา เงื่อนไข ตลอดจน ภาพถ่าย ภาพประกอบ ภาพวาด ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์และสื่อรูปแบบต่างๆ ฯลฯ" เป็นข้อมูลที่บันทึกไว้ ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้ ณ เวลาที่ท่านได้เข้าชมข้อมูลนี้

ดังนั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับบริษัท/หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการบริการหรือให้บริการนี้ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจ - เว็บไซต์ HealthServ.net ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลที่เปลี่ยนไป และไม่รับผิดชอบต่อการนำข้อมูลไปใช้หรืออ้างอิงในทุกกรณี

หมวดหมู่ข้อมูลสุขภาพบน HealthServ.net
© HealthServ ข้อเสนอแนะ/พบปัญหาการใช้งาน/ข้อมูลไม่ถูกต้อง/ต้องการลงข้อมูล ส่งมาที่ healthserv.net@gmail.com